เปิดฟ้าส่องโลก

สมเด็จพระวันรัต องค์ 4ที่ 2

 

อังคาร ๒๓ ตุลาตม ๒๕๕๕

ณ บ้านเกาะเกตุ ต.ชำราก อ.เมือง จ.ตราด

17 กันยายน 2479 ด.ช.จุนท์ พราหมณ์พิทักษ์ กำเนิดเกิดมาในครอบครัวของนายจันทร์ พราหมณ์พิทักษ์ และ      นางเหล็ย รัตนเศียร เด็กชายจุนท์จบชั้นประถม 4 ที่โรงเรียนวัดคิรีวิหารของหมู่บ้าน และบวชเป็นสามเณรเมื่อ        พ.ศ.2491

สามเณรจุนท์เดินทางมากรุงเทพฯ โดยลงเรือที่บ้านเรือจ้างเมื่อวันจันทร์ที่ 28 ถึงวัดบวรนิเวศวิหารในวันพฤหัสบดีที่ 31 พฤษภาคม 2494 พออายุครบ 20 ปี ก็บวชเป็นภิกษุ โดยมีสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ สกลมหาสังฆปริณายก เป็นพระอุปัชฌาย์

พ.ศ.2515 พระมหาจุนท์ พฺรหฺมคุตฺโต สอบไล่ได้เปรียญธรรม 9 ประโยคสำนักเรียนวัดบวรนิเวศวิหาร ต่อมา        พ.ศ.2517 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่พระอมรโมลี พ.ศ.2531 เป็นพระราชสุมนต์มุนี พ.ศ.2535 เป็นพระเทพกวี พ.ศ.2541 เป็นพระธรรมกวี พ.ศ.2543 เป็นพระพรหมมุนี และ พ.ศ.2552 ได้รับพระราชทานสถาปนาเป็นสมเด็จพระราชาคณะชั้นสุพรรณบัฏที่สมเด็จพระวันรัต เป็นองค์ที่ 24 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

ตั้งแต่เป็นสามเณร จนอุปสมบทเป็นพระภิกษุ เจ้าประคุณสมเด็จพระวันรัตได้ถวายงานเจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์อย่างใกล้ชิด เป็นเหตุให้เจ้าประคุณสมเด็จพระวันรัตได้เห็นและได้ซึมซับเอาพระปฏิปทา พระจริยวัตร และข้อปฏิบัติอันเป็นแบบแผนประเพณีอันดีจากสำนักของเจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราชเจ้าองค์นั้นไว้อย่างลึกซึ้ง

พ่อของผมเล่าถึงประวัติพระวันรัต (จุนท์ พฺรหฺคุตฺโตสมเด็จม) ให้ ผมและน้องฟังบ่อย ด้วยเหตุผลที่พ่อถือกำเนิดเกิดที่จังหวัดตราดเช่นเดียวท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระวันรัต นอกจากนั้น พ่อยังเคยอุปสมบท โดยสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายกทรงเป็นพระอุปัชฌาย์ ที่วัดบวรนิเวศวิหาร ในสมัยที่ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระวันรัต ยังเป็นพระราชาคณะชั้นราชที่พระราชสุมนต์มุนี อยู่ที่วัดเดียวกัน

คนตราดที่มีหน้าที่สำคัญในบ้านเมืองทุกวันนี้นั้น สมัยก่อนตอนที่เข้ากรุงเทพฯกันใหม่ๆ ส่วนใหญ่มาเริ่มต้นชีวิตที่วัดบวรนิเวศวิหาร ได้รับความเมตตาจากสมเด็จพระวันรัต ซึ่งเป็นคนบ้านเดียวกัน แม้แต่สมาคมชาวตราดก็เริ่มชุมนุมสุมความคิดกันครั้งแรกที่วัดนี้

ผมฟังประวัติของปูชนียบุคคลและคนตราดที่ก้าวหน้าในอาชีพการงานจากปากของพ่อบ่อยๆ ทุกครั้งที่เล่า สายตาของพ่อจะทอประกายแวววาวด้วยความภาคภูมิใจ ตั้งแต่ประวัติสมเด็จพระวันรัต, พระวิมลเมธาจารย์ วรญาณคณาณุรักษ์, พระบุรเขตต์คณาจารย์ สุทธิสารวรนายก, พระราชเขมากร, พระสุบิน ปณีโต, นายประชุม รัตนเพียร, ดร.ประวิช     รัตนเพียร, ดร.อาชว์ เตาลานนท์, นพ.พงษ์ศักดิ์ วิทยากร, ศ.ดร.

ธีระ สูตะบุตร, พล.ร.อ.ธีระ ห้าวเจริญ, นายปิยบุตร ชลวิจารณ์ ฯลฯ จากประวัติ ผมพบความเหมือนกันของท่านเหล่านี้อยู่หลายอย่าง เช่น ความฝักใฝ่ศึกษา ความเป็นศิษย์มีครู การทำงานหนัก ที่สำคัญก็คือ มีความกตัญญูต่อปิตุภูมิ มาตุภูมิ แม้ว่าจะได้ดีมีหน้าที่การงานในดินแดนแสนไกล แต่ก็ยังกลับไปพัฒนาจังหวัดของตนอยู่เสมอ

ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระวันรัตกลับไปอุปถัมภ์ทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนโรงเรียนประถมวัดคิรีวิหารและโรงเรียนมัธยมคิรีเวศน์รัตนูปถัมภ์ของจังหวัดตราด อยู่เป็นนิตย์

13.00 น. อาทิตย์ 4 พฤศจิกายน 2555 ที่จะถึง สมเด็จพระวันรัตเป็นองค์อุปภัมภ์พระกฐินพระราชทานทอดถวายที่วัดคิรีวิหาร จ.ตราด และจะมีการถวายปัจจัยดูแลพระสงฆ์อาพาธและชาวบ้านที่ป่วยไข้ได้เจ็บมารักษาตัวที่โรงพยาบาลตราด 32 ทุน ทุนละ 5,000 บาท พ่อของผมก็จะขออนุญาตร่วมพระราชกุศลพระกฐินพระราชทานที่วัดคิรีวิหารในครั้งนี้ด้วย

เขียนถึงเรื่องกฐินแล้วก็นึกได้ วันอาทิตย์ที่ 16 ตุลาคม 2554 เมื่อปีที่แล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานผ้าพระกฐินให้ ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิ นวรัตน์ เชิญไปทอดถวายที่วัดอรัญญาราม (วัดวันยาวล่าง) อ.ขลุง จ.จันทบุรี

พอมาถึงปีนี้ วันอาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายน 2555 พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานผ้าพระกฐินให้นายวิชิต ชาตไพสิฐ ผวจ.ระยอง (อดีต ผวจ.จันทบุรี) เชิญไปทอดถวายที่วัดอรัญญาราม (วัดวันยาวล่าง) อ.ขลุง จ.จันทบุรี โดยมีนายสุรชัย ขันอาสา ผวจ.จันทบุรี เป็นประธานทอดกฐินสามัคคี ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิฯ และคณะเป็นประธานอุปถัมภ์ ที่ผมเขียนแต่เนิ่นๆ ด้วยประสงค์ขอเชิญผู้อ่านท่านที่เคารพได้มีเวลาวางแผน เพื่อเดินทางไปทำบุญร่วมกัน ทั้งที่ตราดและจันทบุรี ปิตุภูมิและมาตุภูมิของผมครับ.