เปิดฟ้าส่องโลก

หุ้มทองคำยอดฉัตรพระมหาเจดีย์

 

วันพุธที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๕๖

มร.ซาอิด ราฮิม อิกรามอฟ เคยเป็นกงสุลใหญ่สาธารณรัฐอุซเบกิสถานประจำไทย ระหว่างอยู่เมืองไทย ท่านไปจันทบุรีหลายครั้ง และแนะนำให้รัฐบาลอุซเบ็กเชิญคนในครอบครัวผมไปเยือนประเทศของท่านทุกปี ปีที่แล้วก็เชิญพี่ชาย ในห้วงสงกรานต์ปีนี้ก็เชิญพ่อไปปราศรัยเรื่องเศรษฐกิจและเอสเอ็มอีที่กรุงทาชเคนต์ แต่พ่อผมติดไปกัมพูชา

ห้วงที่ มร.อิกรามอฟเป็นกงสุลใหญ่ ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและอุซเบกิสถานดีมาก พ่อผมเสนอมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญให้ทุนนักศึกษาอุซเบ็กมาเรียนที่เอแบคหลายคน มร.อิกรามอฟพ้นตำแหน่งจากเมืองไทยไปด้วยผลงานยอดเยี่ยม และได้กลับไปรับตำแหน่งใหญ่เป็นเบอร์หนึ่งดูแลด้านการเคหะแห่งชาติในประเทศของท่าน

11 พฤศจิกายน 2534 เมื่อ 22 ปีที่แล้ว ครอบครัวผมเหยียบแผ่นดินอุซเบ็กครั้งแรก จากนั้นก็ได้เห็นพัฒนาการในทางที่ดีของประเทศนี้มาโดยตลอด แม้แต่มหาวิทยาลัยมอสโก ซึ่งอายุสองร้อยกว่าปี ปัจจุบันก็ยังต้องตัดสินใจไปตั้งวิทยาเขตที่กรุงทาชเคนต์

พุธคืนนี้ เวลา 00.20 น. ทางช่อง 3 นายเนติภูมิพี่ชายของผม ซึ่งไปเยือนอุซเบกิสถานมาหลายครั้ง จะพาท่านไปสำรวจประเทศนี้โดยละเอียด ท่านใดสนใจ เชิญชมได้เลยครับ ขอเรียนนะครับ ว่าแต่ก่อนง่อนชะไร ในสมัยโบราณ ปากีสถาน อัฟกานิสถาน อุซเบกิสถาน และคีร์กีซ เป็นประเทศที่ผู้คนเกือบ 100% นับถือพุทธศาสนา

ศูนย์กลางของพุทธศาสนาในเอเชียกลางอยู่ที่เตอร์เมซ เมืองที่เพิ่งฉลองอายุ 2,500 ปี เมื่อ พ.ศ.2545 ภายหลังถูกบุกรุก โดยชาวอาหรับและกลายเป็นศูนย์กลางของศาสนาอิสลาม

ปัจจุบันผู้คนชนส่วนใหญ่ในเมืองเตอร์เมซและในอุซเบกิสถานเป็นมุสลิมครับ

เขียนเรื่องศาสนาพุทธในเอเชียกลาง ก็อยากเรียนรับใช้ผู้อ่านท่านผู้เจริญถึงเรื่องพุทธศาสนาในเอเชียใต้ด้วยว่า 19 เมษายน 2556 เวลา 15.30-17.30 น. ที่พระอุโบสถ วัดบวรนิเวศวิหาร กทม.จะมีพิธีถวายทองคำในโครงการหุ้มทองคำยอดฉัตรพระมหาเจดีย์พุทธคยา ครั้งที่ 2 โดยสมเด็จพระวันรัต เป็นประธานโครงการฯ ผู้ที่มุ่งมั่นทำโครงการถวายทองคำเพื่อบูชาคุณของพระพุทธเจ้ามีหลายท่าน มีสองท่านผู้กรุณาเรียกนายเนติภูมิพี่ชายผมไปใช้ในเรื่องนี้บ่อยๆ ก็คือ ศาสตราจารย์ ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ และนายปรีชา เลาหพงศ์ชนะ

ท่านผู้ใหญ่ทั้งสองกรุณาเล่าว่า ในสมัยพุทธกาล พุทธคยาอยู่ในดินแดนที่เรียกว่าชมพูทวีป ตั้งอยู่ในคามนิคมที่มีชื่อว่า อุรุเวลา ของแคว้นมคธ เป็นสถานที่ที่ร่มรื่น เป็นรมณียสถาน สะดวกด้วยโคจรคาม เหมาะแก่การบำเพ็ญเพียรทางจิต เมื่อพระพุทธองค์ได้ตรัสรู้แล้ว พระองค์ก็ได้ประทับอยู่ ณ พุทธคยา เพื่อเสวยวิมุตติสุขอยู่นาน 7 สัปดาห์ ในห้วงช่วงเวลาดังกล่าว ได้อุบัติเรื่องราวต่างๆ มากมายในโพธิมณฑลแห่งนี้

พุทธสถานพุทธคยาซึ่งเป็นอนุสรณียสถานระลึกถึงการตรัสรู้ของพระพุทธองค์นั้น เริ่มสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยพระเจ้าอโศกมหาราช และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกใน พ.ศ.2545 สำหรับองค์พระมหาโพธิเจดีย์ พระเจ้าหุวิชกะมีพระราชศรัทธาสร้างถวายเป็นพุทธบูชาเมื่อ พ.ศ. 694 เพื่อเป็นสถานที่สักการะสำหรับพุทธบริษัท โดยได้สร้างเป็นพระเจดีย์รูปทรงสี่เหลี่ยมทรงรีสวยงามติดกับพระแท่นวัชรอาสน์ทางทิศตะวันออก

ผู้อ่านท่านผู้เจริญ พระมหาเจดีย์ที่จะมีการหุ้มทองคำยอดฉัตรนั้น ประดิษฐานอยู่ที่วัดเมตตาพุทธาราม พุทธคยา อินเดีย อยู่ในความอุปถัมภ์ของท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระวันรัต วัดบวรนิเวศวิหาร โดยมีพระอาจารย์ ดร.กฤษฎา สิริวฑฺฒโน เป็นประธานวัด ในห้วง 10 ปีที่ผ่านมา พระอาจารย์ ดร.กฤษฎาและญาติโยมอีกหลายท่าน อาทิ ศ.ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ นายปรีชา เลาหพงศ์ชนะ ฯลฯ ได้ประกอบมหากุศลด้วยการทำนุบำรุงพระมหาเจดีย์พุทธยา พระแท่นวัชรอาสน์ และต้นพระศรีมหาโพธิ์

ผู้อ่านท่านผู้ใฝ่บุญท่านใดประสงค์จะร่วมถวายทองคำเพื่อขึ้นรูปและนำไปบุหุ้มยอดฉัตรมหาเจดีย์ที่มีความสูงของยอดฉัตร 6 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 3 เมตร เป็นพุทธบูชา และเพื่อร่วมเทิดพระเกียรติฉลองพระชันษาครบ 100 ปี สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ขอเชิญไปที่พระอุโบสถวัด

บวรนิเวศวิหาร ตามวันเวลาที่ผมรับใช้ไปแล้วข้างบน หรือโทรศัพท์สอบถามได้ที่หมายเลข 09-1212-5293 หรือ 08-0315-9787 ครับ.