บรูไน + คีตนาฏกรรมเวียดนาม

วันศุกร์ที่ ๒๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๔

ไทยรัฐฉบับนี้อยู่ในมือท่าน  ผมนิติภูมิก็อยู่ในกรุงบันดาร์เสรีเบกาวัน  เมืองหลวงของเนการาบรูไนดารุสซาลาม  เข้าวันที่  4  ส่วนใหญ่ผมใช้เวลาตอนบ่ายถึงกลางคืน  นั่งเรือยนต์เล็กๆ  เข้าไปไกลในป่าชายเลน  ซึ่งป่าชายเลนของบรูไนทั้ง  155,113  ไร่นั้น  สมบูรณ์ยากที่จะหาที่ใดในโลกเสมอเหมือน  ที่นี่มีตัวแทนของสัตว์ทุกไฟลัม  นิติภูมิปีนป่ายไปตามต้นโกงกาง  ตาตุ่ม  และสำมะง่า  มองลงไปในเลนยังได้เห็นพวกหนอนตัวกลม  ตัวแบน  ตามรากไม้นานาพรรณ  หันไปก็ยังได้เจอพวกหอยเจาะ  หอยขี้นก  และหอยฝาเดียว  พวกนี้กลายเป็นสัตว์ในประวัติศาสตร์ของประเทศไทยไปเกือบหมดแล้วครับ

มาบรูไนต้องเข้าใจวัฒนธรรมอยู่หลายเรื่อง  ใครอย่าได้ใช้นิ้วชี้ชี้ไปที่สิ่งของหรือที่คน  ถือว่าเสียมารยาทมาก  ถ้าจำเป็นต้องชี้  นิติภูมิแนะนำว่า  ควรใช้นิ้วหัวแม่มือแทนดีกว่า  ที่หยาบคายอภัยกันไม่ได้เลยก็คือ  การเอากำปั้นมือขวาทุบไปบนฝ่ามือซ้าย  ส่วนการยื่นของให้กันก็ต้องมือขวาเท่านั้น  ใครให้อะไรก็ต้องรับ  การปฏิเสธถือว่าเสียมารยาท

วันนี้ผมต้องขอโทษที่รับใช้เรื่องบรูไนได้ไม่มาก  เพราะเปิดดูจด–หมายอิเล็กทรอนิกส์ที่ส่งมายัง  nitipoom@nitipoom.com  มีหลายฉบับที่ถามถึง       คีตนาฏกรรมของเวียดนาม  ซึ่งจะไปแสดงที่สนามหญ้าหน้าบ้านผมในวันอาทิตย์ที่จะถึง  ถ้าผมไม่ชิงอธิบายในวันนี้ซะก่อน  กลัวว่าท่านจะไปเก้อ  เมื่อเจอการแสดงที่ไม่ถูกรสนิยมท่าน

คีตนาฏกรรมคณะนี้ชื่อคณะศูนย์กลางเวียดนาม  รัฐบาลทางโน้นส่งมาแสดง  เนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ  25  ปี  สัมพันธภาพทางการทูตระหว่างไทย–เวียดนาม

ขณะที่เขียนต้นฉบับนี้  ผมอยู่ที่บรูไน  ก็เลยไม่ได้ดูกำหนดการ  เอาที่จำได้คร่าวๆ  พอ  16.00  .  ก็จะโหมโรงด้วยเพลงที่ประพันธ์โดยท่านโด๋  หย่วน  ร้องโดยคุณจรุง  เหวียด  ทุกการแสดงจะมีผู้แปลเป็นภาษาไทยให้ได้ทราบความเป็นไป  เพลงโหมโรงที่อาจจะเรียกน้ำตาท่านผู้ชมได้  ชื่อ  “เวียดนามมาตุภูมิของฉัน”  จากนั้นก็เป็นดนตรีพื้นบ้านเวียดนาม  เล่นเพลงในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชของเรา  ชื่อ  “สายฝน”

ผมเคยเรียนให้ทราบแล้วว่า  เพลงญวนส่วนใหญ่จะเน้นเรื่องของความรักชาติ  เป็นการบรรยายถึงจิตวิญญาณ  ความสวยงามของวิวทิวทัศน์  และความซาบซึ้งในบ้านเกิดเมืองนอน  ดังนั้น  ต่อไปจึงจะเป็นเพลง  “กลับบ้านนา”  ถ้าจำไม่ผิดก็คงจะร้องโดยคุณมิง  ทู  แต่งโดยท่านฝอ  ดึ๊ก  เฟือง  ตามด้วย  “ลอยกระทง”  ของไทย

ผู้ใดใคร่ซึ้งในบรรยากาศชนบทของเวียดนาม  ก็ต้องมาฟังและชม  3  สาวญวนแสนสวยร้องเพลง  “ภาพบ้านนา”  ของท่านวัน  ฟุง  ต่อไปเป็นระบำครับ  ชุด    “ต้นอ้อลู่ลม”  ประพันธ์โดยท่านก็วก  ตว่าน  ทราบความเป็นไปในบ้านนาแล้วก็มาสัมผัสวิญญาณของป่าเขาลำเนาไพร  จากการเดี่ยวพิณน้ำเต้า  “พนาไพร”  ของท่านฮว่าง  เวียด

ผู้ใดมีความหลังความรักกับแม่น้ำเหี่ยน  เลือง  ก็ต้องลองมาฟังคุณแอ๋ง  เตวี๊ยด  ร้อง  “เสียงเพลงริมแม่น้ำเหี่ยน  เลือง”  ของท่านฮว่าง  เหียบ  ตามด้วยสาวญวนร้องเพลงไทยชื่อ  “แสงเดือน”  จากนั้นเป็นระบำพื้นบ้านของท่านอึ๋ง  ยวี  ถิ่ง  ชื่อ  “รูปปั้นโบราณ”

การแสดงชุดที่  11  เป็นเพลงคู่ของสองหนุ่มสาว  จะมาร้องเพลงพื้นบ้านทางภาคใต้บ้าง  ชื่อ  “สะพานเชื่อมความรัก”  ตามด้วยเพลงไทย  “ภิรมย์รัก”  และระบำพื้นบ้านที่ประพันธ์โดยท่านซวน  หง็อก  “ขึ้นบ้านใหม่”  ระบำชุดนี้สนุกมากครับ

ในเวียดนามมีชนเผ่าหนึ่ง  ชื่อเผ่าเต็ง  เงียน  มีพิณที่เดี่ยวแล้วซึ้งจริงๆ  เรียกว่าพิณกล็อง  พุด  พิณนี้เมื่อนำมาเดี่ยวเพลง  “วสันต์เวียนมา”  ผู้อ่านท่านที่เคารพก็จะนึกถึงคราหน้าฝน  ที่หยาดวรุณโปรยลงมากระทบกายท่านเป็นครั้งแรกในแต่ละปี

ฟังเพลงภาคกลางภาคใต้แล้ว  ลองมาฟังเพลงพื้นบ้านทางเหนือ  “แหนไหลเมฆลอย”  โดยคุณหง็อก  เดียบ  จบแล้วคุณคนเดียวกันนี้จะร้องเพลงไทยแท้ๆชื่อ   “ผืนแผ่นดิน”  ตามด้วยระบำที่ประพันธ์โดยท่านแอ็ง  เฟือง  ชุด  “เสียงกล่อมเต็ย  เงียน”  จากนั้นเป็นเดี่ยวพิณตรึง

ศิลปินทางเหนือจะมาร้องเพลง  “เสียงกลองเล็ก”  และจบการแสดงที่  20  ซึ่งเป็นชุดสุดท้าย  ด้วยระบำ  “งอบสวย”  ประพันธ์ของท่านก็วก  ตว่าน  กะว่าจะรีบแสดงให้จบก่อน  19.00  .  เพื่อท่านทั้งหลายที่มาชมจะกลับบ้านได้ทันโดยรถไฟสายตะวันออกเที่ยวสุดท้าย

คร่าวๆ  ก็จะเป็นแค่นี้  ใครไปเวียดนามเพื่อชมการแสดง  ก็คงหาดูได้ไม่ครบทั้ง  3  ภาค  ในคราวเดียวกันเหมือนครั้งนี้  ความสัมพันธ์อย่างนี้  ความเข้าใจในวัฒนธรรมของเพื่อนบ้านอย่างนี้นี่ละครับ  ที่จะช่วยให้ไทยมีเพื่อน  มีมิตรภาพที่ลึกซึ้งยืนยงถาวร

สนใจจองที่นั่งได้ที่  0–2318–6480–1

พลาดงานนี้ก็ต้องไปตระเวนดูที่เวียดนาม

  • นิติภูมิ  นวรัตน์
[24/8/2544]