วันอังคารที่ ๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๖
วันนี้เวลา 13.0016.00 น. ณ ห้อง 302 อาคารศูนย์เรียนรวม 3 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีการประชุมวิชาการและอภิปรายใหญ่เรื่อง บทบาทของวิทยาศาสตร์กับการส่งเสริมอุตสาหกรรมอัญมณี โดย ศ.ศักดา ศิริพันธุ์, ดร.สุณีย์ ศรีอรทัยกุล, ดร.พรสวาท วัฒนกูล, ส.ส. ไพบูลย์ พิมพ์พิสิฐถาวร, คุณประจักษ์ อังคะหิรัญ โดยมีนิติภูมิเป็นผู้ดำเนินการอภิปราย ท่านผู้ใดสนใจ พลอย ไปพลอยฟังได้ครับ
วันอาทิตย์ ผมได้ข่าวสำคัญจากศรีลังกาว่า ต้องไปศรีลังกาโดยด่วนที่สุด และก็ไม่ทราบว่าจะกลับมาทันการอภิปรายในวันนี้หรือไม่? ถ้าไม่ ก็จะมีผู้ดำเนินการอภิปรายแทน
ผู้อ่านท่านผู้เจริญสั่งให้นิติภูมิ 1. เปิดฟ้าวัฒนธรรมการเมืองเขมรที่มีมาแต่โบราณนานมาจนถึงปัจจุบัน และ 2. สรุปนิสัยอันแท้จริง (สันดาน) ของเขมรให้คนไทยทราบ
นิติภูมิเห็นคำสั่งให้เขียนก็สะทกสะท้านจนเหงื่อออกโชกตัว เขียนถึงเขมรครั้งใดไม่รู้สึกตื่นเต้นและประหม่าใจเหมือนครานี้ ผู้อ่านท่านผู้เจริญ ผมขออนุญาตเรียนว่า ทั้งประเทศเขมรมีแต่พวกเจ้าเล่ห์ เฉโก ทุกทีที่นิติภูมิเขียนถึงสามนตประเทศ ซึ่งหมายถึงประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียง ถ้าผู้อ่านท่านสังเกตก็จะพบว่ามีแต่สัมโมทนียกถา ทั้งคอลัมน์เต็มไปด้วยถ้อยคำอันที่เป็นบันเทิงเริงใจด้วยประสงค์ให้บังเกิดศุภผลแก่เพื่อนบ้าน แต่สิ่งที่ไอ้พวกมดถ่อหมอผีเขมรทำกับไทยในสัปดาห์ที่แล้ว สั่งสมให้พี่น้องประชาชนคนไทยเกิดปฏิฆะคับแค้น มีแต่ความขึ้งเคียด นิติภูมิเองก็ถึงกับหมดความเพียร แพ้แม้แต่สงครามความประสงค์ที่จะทำให้เกิดความเจริญสามัคคีในหมู่ภูมิภาค
ฐานะที่เกิดในปัจจันตชนบท แดนดินถิ่นปลายเขตไทยที่ติดเขมร ผมเองพอเป็นนักเลงในเรื่องกัมพูชาอยู่บ้าง ก็ขอนำมาปาฐกถาเพื่อให้สมประโยชน์ผู้อ่านท่านผู้เจริญ ดังนี้
อาจจะเป็นด้วยบุพกรรม คือกรรมที่มีมาแต่ชาติปางก่อน การเมืองเขมรจึงมีแต่ความวุ่นวาย นักการเมืองเขมรส่วนใหญ่เป็นพวกที่ลิ้นตวัดถึงใบหู ผู้นำแต่ละคนไม่ว่ามาจากไพร่หรือเจ้า ล้วนแต่ปลิ้นปล้อน กลอกกลิ้งเป็นลูกมะนาว เจรจาต่อรองอันใดก็มีแต่พวกกัดหางตัวเอง พูดวนไปวนมาหาข้อสรุปไม่ค่อยได้ บางคนเป็นนักวิชาการใส่แว่นตาหนาเตอะ ก็นึกว่าจะพอพึ่งพาได้บ้าง สุดท้ายก็กลายเป็นคนที่แปรปากหลากคำ พูดกลับกลอกไม่ยั่งยืนคำ
นิติภูมิเคยเตือนถึงภัย สันดานเขมร ในเปิดฟ้าส่องโลก ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 10 ก.ค. 2540 มาแล้ว ขออนุญาตคัดบางย่อหน้า เพื่อนำมาเปรียบเทียบกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ดังนี้นิสัยเขมรชอบแบ่งพวก แบ่งฝ่าย ติดพึ่งพิงมหาอำนาจ ปกครองตนเองไม่เป็น คบใครเป็นเพื่อนก็ไม่เป็น ถ้าคบในฐานะลูกน้องละก็พอได้ สมัยที่คมนาคมยังไม่เจริญ รถเรือยังแล่นไม่เร็วปรู๊ดปร๊าดเช่นทุกวันนี้ เขมรพึ่งพามหาอำนาจไกลๆ ไม่สะดวก ก็ซบมหาอำนาจไทยบ้าง ญวนบ้าง สลับกันไป
ในไทยรัฐฉบับวันพฤหัสบดีที่ 10 ก.ค. 2540 นิติภูมิยังอัญเชิญพระราชดำรัสของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 3 ซึ่งพระองค์ทรงเคยมีรับสั่งว่า...
เขมรมักจะต่อสู้ฆ่าฟันแย่งราชสมบัติกันเองเสมอ ฝ่ายแพ้ก็ไปขอความช่วยเหลือเพื่อนบ้านรัฐหนึ่ง ฝ่ายชนะก็เลยต้องขอกำลังจากอีกรัฐหนึ่ง
ผู้อ่านท่านผู้เจริญครับ ลองพิจารณาทัศนคติของญวนที่มีต่อเผ่าพันธุ์เขมรดูบ้าง จักรพรรดิเกียลองของญวนทรงเคยมีรับสั่งถึงสันดานเขมรดังนี้...
เขมรเป็นประเทศเล็ก เราควรช่วยเหลือดูแลเหมือนเด็กคนหนึ่ง เราจะเป็นแม่ให้ พ่อคือสยาม เมื่อเด็กมีปัญหากับพ่อ ก็สามารถคลายทุกข์โศกโดยโอบกอดแม่ เมื่อเด็กไม่มีความสุขกับแม่ ก็วิ่งไปขอความช่วยเหลือจากพ่อ
ตั้งแต่ พ.ศ.2536 นิติภูมิเข้าไปเขมรบ่อยครั้ง เข้าไปช่วยเหลือเกื้อกูล เข้าไปให้คำปรึกษา ความพยายามที่ลงทุนลงแรงไปเพื่อให้เขมรเจริญทัดเทียมเพื่อนบ้าน ทุ่มเทลงไปให้เท่าใดก็เสียเปล่า
ที่จริงนิติภูมิแขยงแขงขนและไม่อยากเกี่ยวดองหนองยุ่งเขียนเกี่ยวกับเขมรอีก แต่เพื่อปฏิการตอบแทนพระคุณท่านผู้อ่าน ให้ได้รู้จักความเจ้าเล่ห์ เฉโกของเขมร ก็ต้องมาต่อกันในวันพรุ่งนี้
สำหรับคืนนี้ นิทราราตรีสวัสดิ์ นอนหลับฝันดีครับ
|