วันพุธที่ ๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๖
เมื่อคืนสนทนากับคนไทยที่เคยเป็น เขมรนิยม คือเคยรักเขมร ช่วยเขมร ทุ่มเทให้เขมร แต่ปัจจุบันต่างต้องมาปริเทวกถา กล่าวรำพันด้วยความเสียใจ ว่าสิ่งที่ทุ่มเทไปตลอดระยะเวลา 10 ปี เพื่อช่วยเขมรนั้น สูญเปล่า
หลังสนทนา นิติภูมิหลับไปแล้วก็ฝันเห็นภาพที่ไอ้เขมรระยำยํ่ายีสถาบันสำคัญของคนไทย ก็ให้โศกาดูรเดือดร้อนด้วยความโกรธ โกรธแม้แต่ขณะอยู่ในความฝันนั้นตื่นนอนเมื่อตอนเช้าตรู่ สิ่งแรกที่ผมทำได้ก็คือ จับปากกาเขียนเรื่อง สันดานอันแท้จริงของเขมร รับใช้ท่าน
เมื่อวาน ผมเขียนถึงกระแสรับสั่งของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 3 แห่งราชวงศ์จักรี และรับสั่งของจักรพรรดิเกียลองของญวน ทั้งสองพระองค์มีรับสั่งถึงเขมรไว้ได้อย่างถูกต้อง แม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานแล้ว แต่สันดานเขมรที่แสดงออกในปัจจุบันก็ยังเป็นจริง
วันนี้ ลองมาดูจดหมายของจักรพรรดิมินห์มาง พระองค์ทรงมีจดหมายถึงข้าราชการญวนที่ส่งไปปกครองเขมร ข้อความตอนหนึ่งเป็นดังนี้...
พวกเขมรเป็นคนป่า ตอนนี้กลายเป็นลูกหลานเราไปแล้ว จงสอนธรรมเนียมของเราให้ ข้าได้ยินมาว่า แผ่นดินคนป่านี้สมบูรณ์นัก มีวัวมาก แต่คนไม่รู้จักเกษตร ปลูกข้าวกินได้วันละ 2 มื้อ แต่ปลูกเก็บไว้ไม่เป็น รากเหง้ามาจากความขี้เกียจ...
...จงถ่ายทอดคำสั่งข้า สอนคนป่าให้มันรู้จักใช้วัว ให้เลี้ยงหมูและเป็ด ในเรื่องของภาษา สอนให้มันรู้จักภาษาญวน แต่งกายเหมือนเรา มารยาทที่โต๊ะอาหารก็ต้องฝึกหัด หากมีประเพณีอะไรที่ป่าเถื่อน ถ้าต้องบังคับให้เลิกได้ ก็จงทำ
ผู้อ่านท่านผู้เจริญ ประเพณีที่ญวนบังคับเขมรเมื่อสมัยร้อยกว่าปีที่แล้วมาก็คือ ญวนสั่งให้เขมรทุกคนนุ่งกางเกงแทนผ้าถุง ไว้ผมยาวแทนผมสั้น เลิกใส่เสื้อแหวกข้าง เลิกนุ่งผ้าเตี่ยว ห้ามกินข้าวด้วยมือ ให้คุกเข่าคำนับแทนการยืนตรง ฯลฯ
ชาวไทยที่ผมรู้จักรุ่นแล้วรุ่นเล่า หมดความเพียรยอมแพ้นิสัยคนเขมร ไม่ว่าจะมีมโนประณิธาน ตั้งความปรารถนาในใจเพื่อช่วยเขมรเอาไว้ยิ่งใหญ่เพียงใด ก็ต้องยอมแพ้
สันดานคนเขมร ท่านเหล่านี้ต่างกวัดไกวไสส่ง สาปแช่งว่าขออย่าได้พบเจอมนุษย์เขมรอีก ไม่ว่าเขมรเด็ก เขมรหนุ่มสาว หรือเขมรเฒ่า
อ้ายเขมรเด็กก็อีลอยป่อยแอ ชักช้าอืดอาด อ้ายเขมรหนุ่ม เขมรสาว ก็ทำงานเหมือนหมาเลียนํ้าร้อน สั่งงานอะไรไปไม่เคยทำได้เรียบร้อย ไว้ใจไม่ได้ มีเงินค่าจ้างติดกระเป๋าเพียงนิดหน่อยก็เริ่มทำตัวดุ้งดิ้งเหมือนลิงได้ตุ้ง สะดุ้งเหมือนกิ้งก่าได้ทอง ไม่ทงไม่ทำมันแล้วงาน ขี้คร้านเหมือนเรือด คอยแต่จะนอนกินค่าจ้างเก่า นอนแช่แผ่อยู่ที่บ้าน จนเงินหมดจึงกลับมาขอเข้าทำงานใหม่ อ้ายเขมรแก่ส่วนใหญ่ก็มีแต่ไอ้พวกตาเฒ่าเจ้าเล่ห์ ไปดูเถิดครับ พวกนี้มีแต่ใหญ่พร้าวเฒ่าลอกอ อายุมากเสียเปล่า หาพวกที่มีลักษณะเป็นผู้ใหญ่ไม่ใคร่ได้
สุดท้ายพวกเราก็มานั่งสรุปกันว่า เรื่องนิรามงามดีใดๆ ในโลกที่เกิดกับมนุษย์เผ่าพันธุ์อื่น นำมาใช้กับเขมรไม่ได้ คนไทยทุ่มเทช่วยเขมรเท่าใด ก็สร้างปราติหารย์ให้บังเกิดในแผ่นดินเขมรไม่ได้ อันศานติสุขไม่มีทางอุบัติแก่ผู้คนที่อาศัยอยู่ในแผ่นดินต้องสาปแห่งนี้
ไม่ต้องพวกเราคนไทยยุคใหม่หรอกครับ แม้แต่จักรพรรดิมินห์มาง ซึ่งเป็นพระเจ้ากรุงญวนที่ทรงพยายามปรับปรุงสันดานเขมรเมื่อร้อยกว่าปีที่แล้ว ก็ยังยอมแพ้ สุดท้ายพระองค์ก็มีรับสั่งว่า...
ธรรมเนียมคนป่าต่างจากเรามาก แม้จะยึดแผ่นดินได้ทั้งหมด ก็ไม่แน่ว่า เราจะเปลี่ยนนิสัยใจคอและประเพณีของมันได้
พ.ศ.2386 เจ้าพระยาบดินทรเดชา รายงานกลับมายังกรุงเทพฯว่า
เราอยู่เขมรมา 3 ปี ไม่ได้อะไรเลย อาหารก็ไม่มี ต้องเข้าป่ากินใบหญ้าและรากไม้ ทหารในกองทัพสยามเกือบพันคนต้องอดตายเพราะขาดอาหาร
ผู้นำเขมรทั้งหลาย ทั้งขุนนาง นายอำเภอ และประชาชนธรรมดา ทุกคนไร้เดียงสา โง่เขลาเบาปัญญาและหลอกง่าย พวกนี้ไม่รู้ว่าอะไรแท้ อะไรปลอม
ผู้อ่านท่านผู้เจริญ นิติภูมิขอเรียนว่า มนุษย์หลายพันธุ์นั้น มืดมา สว่างไป
แต่สำหรับเขมร.....
มืดมา มืดไป จริงๆครับ
|