วิทยาลัยการทัพบก : สถาบันผลิตนักยุทธศาสตร์

วันพฤหัสบดีที่ ๑๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๐

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานวุฒิบัตรและเข็มแสนยาธิปัตย์แก่ผู้สำเร็จการศึกษา จากวิทยาลัยการทัพบก สถาบันวิชาการทหารบกชั้นสูง หลักสูตรหลักประจำชุดที่ 51 ณ ศาลา ดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต เวลา 16.30 น. ของวันนี้ วันที่ 10 เดือนพฤษภาคม พ.ศ.2550

พ.ศ. 2499 กองทัพบกไทยตั้งสถาบันการศึกษาชั้นสูงสุดของกองทัพ ประสงค์ให้ผู้เข้ารับ การศึกษาทำงานเป็นผู้บังคับบัญชา เป็นผู้บริหารระดับสูง และเป็นนักคิดเชิงยุทธศาสตร์ ผู้มีวิสัยทัศน์กว้างไกล

วิทยาลัยการทัพบกทั่วโลก มีชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า Army War College ทำหน้าที่เป็น สถาบันการศึกษาชั้นสูงสุดของกองทัพบกในประเทศนั้นๆ วิทยาลัยการทัพบกไทยใช้ต้นแบบ หลักสูตรของวิทยาลัยการทัพบกสหรัฐอเมริกา US Army War College โดยใช้เวลา เรียนประมาณ 1 ปี เรียนเต็มวันทุกวัน ตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์

ข้อใหญ่ใจความและภารกิจหลักของวิทยาลัยการทัพบกก็คือ ผลิตนายทหารสัญญาบัตร ชั้นยศพันเอกผู้ได้รับการเลือกสรรแล้ว ให้ไปเรียนเพื่อเป็น “นักยุทธศาสตร์” ที่มีประสิทธิภาพ และทันสมัย ด้วยในอนาคตอันใกล้ ท่านเหล่านี้จะขยับขึ้นเป็นนายทหารชั้นยศ พลตรี พลโท และพลเอก รับผิดชอบความเป็นไปของชาติระดับสูง

เมื่อโลกเปลี่ยนไป วิสัยทัศน์และแนวคิดด้านยุทธศาสตร์ของนักการทหารรุ่นใหม่  ก็ต้องปรับตาม สมัยนี้จึงมีความจำเป็นต้องเรียนรู้จากนักยุทธศาสตร์ทางทหาร ที่ประสบ ความสำเร็จระดับโลก เช่น พลเอก โคลิน พาวเวล นักการทหารและรัฐบุรุษ ของสหรัฐฯ ที่ภายหลังได้เป็น รมว.ต่างประเทศ เป็นอเมริกันเชื้อสายแอฟริกันคนแรก ที่ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในระดับนี้ หรือเรียนรู้วิสัยทัศน์ ปรัชญา และแนว ความคิดของพลเอก เอช นอร์แมน ชวาท์ซคอฟฟ์ แห่งยุทธการทะเลทราย

แนวความคิดด้านยุทธศาสตร์ของพลเอก เอริค เค ซินเซกิ อดีตผู้บัญชาการทหารบกสหรัฐฯ คนที่ 34 (พ.ศ. 2542-2546) ก็น่าสนใจ ท่านผู้นี้ริเริ่มโครงการ Stryker Brigade Combat Teams ซึ่งเป็นโครงการที่ทำให้กองทัพสหรัฐฯเล็กลงและสามารถเข้าปฏิบัติการภารกิจ ได้เร็วขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นนวัตกรรมทางทหาร หรือศึกษายุทธศาสตร์การรบของพลเอก เซอร์ ปีเตอร์ เดอ ลา บิลลิเอร์ อดีตผู้บัญชาการกองกำลังสหราชอาณาจักรในสงครามอ่าวเปอร์เซีย ฯลฯ

ในนานาอารยประเทศ ผู้ที่จะขึ้นมาดูแลชาติบ้านเมืองในระดับบน จะต้องผ่านสถาบันที่ฝึกฝน ให้เป็นนักยุทธศาสตร์ ไม่ใช่เอาไอ้ปื๊ด อีเปี๊ยก ที่ไหนก็ได้มารับผิดชอบความเป็นความตาย ของบ้านเมือง

การศึกษาทางยุทธศาสตร์ การเรียนรู้ความล้มเหลวและความสำเร็จของนักยุทธศาสตร์  ระดับสำคัญของโลกจึงมีความจำเป็น

ประเทศชาติบ้านเมืองของเราและโลกพ้นจากยุคสงครามเย็นมาสู่ยุคสมัยของ การก่อการร้าย เดี๋ยวนี้ เราจึงจะต้องเรียนรู้ยุทธศาสตร์การก่อการร้ายจากนักการก่อ การร้ายสำคัญๆของโลก เช่น ของอิลิซ รามิเรซ ซานเชซ ซึ่งต่อมาโด่งดังมากในระดับ นักยุทธศาสตร์การก่อการร้ายนานาชาติที่มีชื่อคาร์ลอส หรือยุทธศาสตร์ การก่อการ ร้ายของเบอร์ซาตู ซึ่งก็คือขบวนการแนวร่วมเพื่อเอกราชปัตตานี ที่ก่อตั้งขึ้นมาอย่าง เป็นทางการเมื่อ พ.ศ. 2535 หรือศึกษายุทธศาสตร์ของกลุ่มอัล เคดา ฯลฯ

วันนี้ ผมปีนไปเอาหนังสือรายชื่อศิษย์เก่าวิทยาลัยการทัพบกรุ่นต่างๆมาเปิดดู รุ่น 1 ก็มี พล.ต.กฤษณ์ สีวะรา, พ.อ.เฉลียว ภูรปฏิภาณ, พล.ต.บุญชัย บำรุงพงศ์, พ.อ.สายหยุด เกิดผล, พ.อ.เสริม ณ นคร ฯลฯ

พ.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ท่านอยู่รุ่น 2

รุ่น 51 มี 130 คน เช่น พ.อ.กำจร อุดชุมพิสัย, พ.อ.ชนินทร์ โตเลี้ยง, พ.อ.ชัยณรงค์ แกล้วกล้า, พ.อ.ธีระยุทธ รอดจิตต์,พ.อ.ปาฏิหาริย์ โรจนะภิรมย์,พ.อ.วงศ์วุฑฒินันท์ ดวงอัมพร, พ.อ.วีรากร  ประกอบ, พ.อ.สมชาติ  แน่นอุดร, พ.อ.สุพเดช  อุทา, พ.อ. สุรใจ จิตต์แจ้ง, พ.อ.สุริยาสิทธิ์ ภวังคนันท์, พ.อ.อภิชาติ อุ่นอ่อน, ฯลฯ

นิติภูมิก็สำเร็จการศึกษาในรุ่นเดียวกันนี้ด้วย

การศึกษาทางยุทธศาสตร์ไม่จำเป็นว่าจะต้องจำกัดอยู่เฉพาะในสถาบันทหารเท่านั้น ทุกกระทรวง ทบวง กรม ควรจะมียุทธศาสตร์ของตน และทุกยุทธศาสตร์ควรจะสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ

ที่น่าสนใจก็คือว่า ยุทธศาสตร์หลักของประเทศไทยนั้น คนไทยทั้งประเทศทราบเหมือนกัน ทั้งหมดแล้วหรือยัง?

  •  นิติภูมิ  นวรัตน์
[10/5/2550]