ภาพพจน์เขมร
ดีวันดีคืนในเวทีโลก
  

วันจันทร์ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๑

 

ศุกร์ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยศิลปากร และกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ชวนผมไปพูดเรื่อง “การวิเคราะห์ผลกระทบทางเศรษฐกิจ สังคม และภาวะแวดล้อมต่อการพัฒนา” ให้นักศึกษาหลักสูตรนักพัฒนาชุมชนรุ่นที่ ๒๖ จำนวน ๑๑๐ คน ที่โรงแรมดีลักษณ์เพลส ถนนเพชรบุรีตัดใหม่

 

บรรยายเสร็จสรรพเตรียมกลับบ้าน มีนักศึกษาหลายคนรอถามคำถามพิเศษ ส่วนใหญ่เป็นคำถามเกี่ยวกับอนาคตของชาติบ้านเมือง และที่ให้ความสนใจกันเป็นพิเศษก็เห็นจะเป็นความเป็นไปของเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนประชิดติดกับประเทศไทย นักศึกษารุ่นนี้จำนวนหนึ่งมาจากศรีษะเกษ สุรินทร์ อุบลราชธานี ฯลฯ จึงอยากทราบข้อมูลของกัมพูชามากเป็นพิเศษ

 

อย่างหนึ่งซึ่งผมอยากจะเรียนรับใช้ก็คือ ขณะที่กระทรวง ทบวง กรมของไทยไม่มีการกระดิกพลิกตัวเรื่องการส่งคนไทยออกไปเจาะตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดใหม่ในทวีปแอฟริกาและตะวันออกกลาง แต่ราชอาณาจักรกัมพูชาโดยสมเด็จ ฮุน เซ็น กลับมากระดิกพลิกตัวเรื่องนี้อย่างแรง

 

ตามความเคลื่อนไหวในรายงานของกัมพูชา เขมรใช้ศักยภาพของสองภูมิภาคทั้งแอฟริกาและตะวันออกกลางอย่างเต็มที่

 

นายดักลาส อาร์เวย์ มุนรู จิบสัน เอกอัครราชทูตแอฟริกาใต้ที่มีถิ่นพำนักอยู่ในกรุงเทพฯ และนายอุจ โบริด รัฐมนตรีจากสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ประกาศเลยครับว่า ที่พวกตนเดินทางมาเยือนกัมพูชา เพราะว่าประเทศของท่านมีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสูงมาก อย่างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๘ มีอัตราการเติบโตสูงถึงร้อยละ ๑๓

 

คอลัมน์เปิดฟ้าส่องโลกของเรา สร้างกระแสให้คนไทยสนใจภูมิภาคแอฟริกา ตะวันออกกลาง ยุโรปตะวันออก และโลกอิสลาม เมื่อ พ.ศ.๒๕๔๐-๒๕๔๕ ซึ่งสมัยก่อนตอนนั้น คนเขมรยังไม่สนใจเรื่องอะไรอย่างนี้เลย

 

ผมเคยไปทำรายการสารดีแพร่ภาพในสถานีโทรทัศน์เขมร ชื่อรายการ “เมิรพิภพทะลุโลก” ส่วนใหญ่เกี่ยวกับประเทศต่างๆ ทางตะวันออกกลาง ยุโรปตะวันออก แอฟริกา และโลกอิสลาม

 

เวลาผ่านมาเกือบ ๕ ปี มาบัดนี้ สมเด็จฮุน เซ็น สั่งให้ภาคราชการและภาคเอกชนลุยภูมิภาคพวกนี้เต็มที่ มีการเชิญเจ้าที่รัฐบาลระดับสูงของประเทศเหล่านั้นมาเยือนเขมรเกือบทุกสัปดาห์ อย่างเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน ผู้หลักผู้ใหญ่ของสาธารณรัฐเบนิน ซึ่งอยู่ในภูมิภาคแอฟริกาตะวันตก ก็มาเยือนกัมพูชา

 

ผู้อ่านท่านที่ตามคำปราศรัยของสมเด็จฮุน เซ็น ในระยะหลังๆ จะพบว่า สมเด็จฮุน เซ็น พูดถึงการเคารพสิทธิมนุษยชนและเรื่องของศาสนาอิสลามบ่อยมาก จนตอนนี้รัฐบาลกัมพูชามีหนังสือสั่งการไปยังกระทรวงศึกษาธิการ เยาวชนและกีฬา ให้สถาบันทั้งภาครัฐและเอกชนให้นักศึกษามุสลิมแต่งกายตามหลักศาสนาของตน

 

ระยะหลัง สมเด็จฮุน เซ็น ชอบโม้ถึงมาตรา ๓๑ ในรัฐธรรมนูญกัมพูชาที่บัญญัติเกี่ยวกับการเคารพสิทธิมนุษยชนซึ่งเอามาจากสหประชาชาติ ตอนที่ว่าด้วยสิทธิมนุษยชน และพูดถึงอนุสัญญาต่างๆ ที่เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน สิทธิของสตรีและเด็ก

 

ขณะที่ภาพลักษณ์ของประเทศไทยกลายเป็นผู้ร้าย เป็นประเทศที่อีรุงตุงนังและมีการละเมิดสิทธิมนุษย์อย่างกว้างขวางม โดยเฉพาะเหตุการณ์ทางภาคใต้และความรุนแรงที่เกิดจากการประท้วงอย่างต่อเนื่องยาวนาน แต่คณะผู้นำของประเทศกัมพูชาพูดเป็น เล่นเป็น เล่นจนบัดนี้ ผู้อ่านท่านที่เคารพทราบไหมว่า ในรายงานของกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา พ.ศ. ๒๕๕๑ เขียนว่า แม้ว่าราชอาณาจักรกัมพูชาจะมีพลเมือง ๙๓% เป็นผู้นับถือศาสนาพุทธ อิสลาม ๕% และคริสต์ ๒% แต่รัฐบาลกัมพูชาก็ปฏิบัติต่อผู้คนในทุกศาสนาได้อย่างเท่าเทียมกัน ราชอาณาจักรกัมพูชาเป็นประเทศที่เคารพในสิทธิเสรีภาพทางศาสนาในประเทศของตนอย่างมาก

 

ต้องยอมรับครับว่า ขณะนี้ภาพพจน์ทุกด้านของกัมพูชาเด่นกว่าของประเทศไทย นานาประเทศให้การยอมรับมากกว่า แม้ว่าจะมีความขัดแย้งในประเทศไม่แพ้ประเทศไทยของเรา แต่คนของเขามีสติปัญญารู้ว่าอะไรควรทำ ไม่ควรทำเพื่อช่วยกันรักษาเกียรติภูมิของประเทศ

 

ในเขมรไม่มีคนชั่วช้าสารเลวขนาดไปยกป้ายด่าอดีตนายกรัฐมนตรีที่เคยทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติยาวนานต่อเนื่องเป็นเวลามากกว่า ๓๐ ปี วันหนึ่งป่วยหนัก ต้องไปรักษาตัวในสหรัฐฯ พวกชั่วกลุ่มนี้ยังตามไปยกป้ายด่า ไอ้พวกนี้มีชีวิตอยู่ในสหรัฐอเมริกาเสียเปล่า แต่ไม่มีใจเป็นนักกีฬา แพ้ไม่รู้จักแพ้ ไม่เคารพเสียงประชาชนเหมือนคนอเมริกัน

 

คนเลิกการเมืองไปแล้ว

 

แถมยังป่วย

 

ก็ยังตามไปรังควาญ

 

พวกเอ็งเป็นคนหรือเปล่า?

 

[10/11/2551]