ต้องรีบรักษา ถ้าไม่เช่นนั้นอาจ “ตาย”

 

พฤหัสบดี ๑๑ มีนาคม ๒๕๕๓

 

ผศ. ดร.ศิริชัย อุ่นศรีส่ง รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ – ชุมพร ชวนนิติภูมิพูด "ผลกระทบ AFTA ต่อปาล์มน้ำมัน ยางพารา และกาแฟ" รับใช้เกษตรกรและประชาชนโดยทั่วไปที่อาคารบุญรอด ศุภอุดมฤกษ์ ม. แม่โจ้ - ชุมพร อ.ละแม จ. ชุมพร ศุกร์พรุ่งนี้ เวลา ๑๓.๐๐-๑๖.๐๐ น. ท่านใดสนใจเชิญครับ

 

ก่อนหน้า พ.ศ.๒๔๙๑ ใครจะนึกเล่าครับ ว่าพรรคก๊กมินตั๋งที่ครองอำนาจและเป็นรัฐบาลจีนจะแพ้กองทัพแดง

 

ตอนที่ยังมีอำนาจ พวกก๊กมินตั๋งเล่นพวกแดงซะจนไม่มีที่ไป พวกแดงจึงต้องหันหน้าเข้าสู้ ถ้าอ่านประวัติศาสตร์ให้ลึก จะพบว่าเจียงไคเชคผู้นำก๊กมินตั๋งเป็นคนเปิด ‘สงครามกลางเมือง’ กับพรรคคอมมิวนิสต์ก่อน จากนั้นก็เปิดประชุมสภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติ และผ่านรัฐธรรมนูญสาธารณรัฐประชาชนจีนโดยไม่มีผู้แทนจากพรรคคอมมิวนิสต์เข้าร่วมประชุมด้วย

 

ประชาชนคนจีนสมัยนั้นแบ่ง ๒ พวก พวกแรกชอบพรรคก๊กมินตั๋ง อีกพวกเป็นพวกที่ใช้สีแดงเป็นสัญลักษณ์ ทะเลาะเบาะแว้งกันมานานจนพวกแดงมีความรู้สึกว่าอยากสมานฉันท์ อยากให้ความขัดแย้งของประเทศสงบจบลงซะที ก็จึงขอให้ไปประชุมเจรจาสงบศึกกันที่ปักกิ่ง

 

พวกก๊กมินตั๋งซึ่งเป็นรัฐบาลอยู่เห็นว่าตัวเองมีอำนาจ ก็หยิ่ง แถมกะจะฟาดให้พวกแดงจนตรอกให้ได้ หวังใจจะปราบพวกแดงให้สิ้นซาก ทั้งๆ ที่มีการเจรจาสงบศึกแล้ว แต่ก๊กมินตั๋งไม่ยอมลงนาม การเจรจาจึงล้มเหลว

 

วาสนาบารมีของพวกก๊กมินตั๋งหมดลงตรงตอนที่ไม่ยอมลงนามสงบศึกนั่นแหละครับ แกนนำพวกแดงจึงออกคำสั่งเคลื่อนพลเข้าควบคุมทั้งประเทศ กองทัพประชาชนคนนิยมแดงเป็นล้านๆ คน สามัคคีเดินข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าไปยึดกรุงเทพฯ เอ๊ยเดินข้ามแม่น้ำแยงซีเกียงบุกเข้าไปยึดนานกิง

 

ใครจะมีอำนาจสูงส่งแค่ไหนยังไง เมื่อเจออำนาจประชาชนของแท้ก็พังทั้งนั่นนะครับ ก๊กมินตั๋งเหมือนกัน เดิมนั่งกระดิกนิ้วเท้าเฝ้าดูการเคลื่อนไหวของฝ่ายแดง เมื่อเห็นประชาชนคนฝ่ายแดงมาเป็นล้าน พวกก๊กมินตั๋งก็จึงรู้ว่าพวกตนประเมินพลังฝ่ายแดงผิดไป ทว่าจะมาขอเจรจาก็ไม่ทันแล้ว เพราะประชาชนผู้คนแดงมาเป็นล้านอย่างนั้น ไม่มีใครคุมมวลชนได้ หยุดมวลชนไม่ได้แล้ว พวกก๊กมินตั๋งต้องถอยไปตั้งหลักที่กว่างโจว ฉงชิ่ง และเฉิงตู บั้นปลายท้ายที่สุดก็อยู่บนผืนแผ่นดินใหญ่ไม่ได้ ต้องเผ่นไปอยู่เกาะไต้หวัน

 

เมื่อรวมพลังกันอย่างจริงจัง ประชาชนคนฝ่ายแดงก็สามารถโค่นรัฐบาลเดิมลงได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด

 

จีนที่สับสนโกลาหลอลหม่านมานานหลายปีก็จึงได้ก้าวเข้าสู่ประวัติศาสตร์ยุคใหม่ ประเทศสุขสงบ นี่ถ้าไม่ร่วมใจกันอย่างจริงจังในเดือนเมษายน พ.ศ.๒๔๙๒ ป่านนี้ความขัดแย้งของทั้งสองฝ่ายจะสงบจบลงหรือยังก็ไม่รู้ ของอย่างนี้มันต้องอาศัยลูกเด็ดขาดครับ ความเด็ดขาดทำให้พวกแดงสามารถไล่พวกรัฐบาลออกไปได้แล้ว พอถึงเดือนกันยายน พ.ศ.๒๔๙๒ พรรคคอมมิวนิสต์จีนจึงได้เปิดประชุมสภาที่ปรึกษาการเมืองประชาชนจีนเต็มคณะสมัยแรก ได้กำหนดให้เรียกชื่อประเทศใหม่ว่า สาธารณรัฐประชาชนจีน และเลือกเหมาเจ๋อตงเป็นประธานรัฐบาลกลาง พร้อมให้จูเต๋อ หลิวเซ่าฉี ซ่งชิงหลิง และสมาชิกอีก ๓ คน รวม ๖ คนเป็นรองประธาน

 

๑ ตุลาคม ๒๔๙๒ คณะกรรมาธิการรัฐบาลกลางจัดประชุมสภาเต็มคณะสมัยแรก ผู้นำประเทศประกาศเข้ารับตำแหน่ง แต่งตั้งโจวเอินไหลเป็นนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศ

 

และในวันนี้นี่เอง เหมาเจ๋อตงก็เป็นประธานประกาศสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีนที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน โดยมีผู้เข้าร่วมพิธี ๓ แสนคน

 

นั่นแหละครับ แผ่นจีนก็จึงถึงได้สงบ เมื่อการเมืองนิ่ง ผู้นำก็มีสมาธิในการดำเนินนโยบายที่เป็นประโยชน์อย่าง การปฏิรูปที่ดิน การรณรงค์ด้านกาเมือง เวลาผ่านไปได้ ๙ ปี ก็มีขบวนการธงแดง ๓ ผืนอุบัติขึ้น

 

ผู้อ่านท่านครับ ราชอาณาจักรไทยในขณะนี้เหมือนคนที่มีอาการแขนขาอ่อนแรง ก่อนนอนยังเป็นปกติ แต่พอตื่นนอนในตอนเช้า กลับขยับแขนขาไม่ได้ แต่ยังหายใจ พูด และกลื่นน้ำลายหรืออาหารได้ตามปกติ

 

อาการอย่างนี้ต้องอย่าชะล่าใจปล่อยไว้ครับ ต้องพาไปหาหมอเจาะเลือดตรวจหาระดับโพแทสเซียม ถ้าพบว่าต่ำ ก็แก้ไขเพียงง่ายๆ ด้วยการให้เกลือโพแทสเซียมคลอไรด์ อาการก็จะดีขึ้น สามารถกลับไปเดินเหินได้เหมือนเดิม

 

รักษาซะให้เด็ดขาดครับ อย่าปล่อยไว้เลย ปล่อยไว้นานๆ อาจจะลามปามถึงขนาดทำให้กล้ามเนื้อช่วยหายใจเป็นอัมพาต ทำให้หยุดหายใจ

 

และตายได้

 

[11/3/2553]