นักบวชเปลือย

วันศุกร์ที่ ๑๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๒

ตั้งแต่วันจันทร์เป็นต้นมาจนถึงวันนี้  ผมตระเวนไปตามบ้านเมืองเก่าๆ  ที่มีอายุเป็นพันปีขึ้นไป  ที่รู้ว่าเก่าแก่ขนาดนั้นก็เพราะยังมีสิ่งก่อสร้างหลงเหลือให้เก็บมาพิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์  ห้าวันนี้ต้องเดินทางตลอด  ไม่รู้ความเป็นไปในโลกปัจจุบันเลยแม้แต่น้อย

ท่านที่ชอบเดินทางไปตามถิ่นต่างๆ  ในชมพูทวีป  หลายครั้งที่จะเจอนักบวชที่โกนหัวแต่ไม่โกนคิ้ว  ไม่มีเสื้อผ้าอาภรณ์ใดๆ  ประดับกาย  ไม่มีแม้แต่กางเกงใน  พวกนี้ไม่ใช่มนุษย์บ้าคนบอที่ไหนนะครับ  แต่เป็นพระในศาสนาเชน

ศาสนาเชนเกิดที่ราบลุ่มแม่น้ำคงคา  ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย  เป็นศาสนารุ่นลายครามเก่าแก่คราวเดียวกันกับศาสนาพุทธ  โดยเฉพาะพระประวัติของพระศาสดาที่คล้ายกันมาก

ศาสนาฮินดูในอินเดียสมัยก่อน  แบ่งคนออกเป็นชนชั้น  เชนเป็นศาสนาที่ตั้งขึ้นมาเพื่อปฏิรูปสังคมไม่ให้มีชั้นวรรณะ  พวกฮินดูชอบสวดอ้อนวอนรูปเคารพ  พวกเชนปฏิเสธการบูชารูปปั้นทุกอย่าง  ไม่มีการบูชายัญ  ปฏิเสธเรื่องพรหมลิขิต

ไม่เชื่อว่าพระพรหมเป็นผู้สร้างโลก

ถ้าวิเคราะห์เจาะลึกกันถึงรายละเอียดในการกำเนิดเกิดศาสนาหรือนิกายใหม่นะครับ  จะเห็นว่าเกิดเพราะของเก่ามีข้อบกพร่อง  หรือไม่ก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาสังคมที่มีอยู่ในขณะนั้นได้  บางทีศาสนาเก่าก็ไม่ให้ความยุติธรรม  ศาสนาใหม่ก็กำเนิดเกิดขึ้นมาแทนที่

เอาละครับ  มัวแต่โม้มาก  เดี๋ยวจะไม่ได้คุยเรื่องเชนรับใช้ท่านผู้อ่าน  ประวัติศาสนาเชนก็ต้องเริ่มที่มหาวีระ  ชื่อเต็มของท่านคือ  นิครนถ์  นาฏบุตร  เป็นโอรสของสิทธารถ  หัวหน้ากษัตริย์ตระกูลนักฟ้อน

มหาวีระเปลือยผู้นี้ออกบวชเมื่อพระชนม์ได้  30  พรรษา  บำเพ็ญทุกรกิริยาอยู่ริมแม่น้ำคงคา  12  ปี  จึงตรัสรู้  “เกวลชาน”  ใต้ต้นไทร  เป็น  “ชินะ”  เมื่อพระชนม์ได้  42  พรรษา

ชินะก็คือ  เป็นผู้ชนะทุกอย่าง

มหาวีระตั้งระบบนักบวชเปลือยและเผยแพร่สัจธรรมอยู่นาน  30  ปี  จึงไกวัลย์ที่  ปาวาบุรี  ใกล้กรุงราชคฤห์  เมื่อพระชนม์ได้  72  พรรษา

พอศาสดาบรรลุไกวัลย์...แหม...ผมนี่เขียนยี่เกไปหน่อย...บรรลุไกวัลย์ก็คือตายนั่นล่ะครับ  ศาสนาก็แตกเป็น  2  นิกาย  กระทั่งทุกวันนี้  นิกายแรกคือ  ทิคัมพร  คนที่จะนับถือนิกายนี้จะต้องไม่ผูกพันกับสิ่งใดทั้งสิ้น  แม้แต่เสื้อผ้าอาภรณ์ก็มีไม่ได้  ต้องนุ่งลมห่มฟ้าตลอดชีวิต

อีกนิกายหนึ่งคือ  เศวตัมพร  พวกนี้หันมานุ่งขาวห่มขาวซึ่งจะเห็นว่ามีอยู่ทั่วไปในอินเดีย  มีทั้งนักบวชชายและหญิง  ผู้หญิงก็เรียกว่า  แม่ชี

ศาสนานี้มุ่งให้คนดำรงชีพแบบอหิงสา  ทานมังสวิรัติ  เชนนี่ละครับที่มีอิทธิพลต่อมหาตมะคานธี  ตอนเรียกร้องเอกราชให้อินเดีย  ท่านก็นำหลักอหิงสาของเชนมาใช้

นอกจากอหิงสาคือความไม่เบียดเบียนแล้ว  หลักธรรมในศาสนานี้ยังมีมรรค  3  ประการ  ซึ่งเป็นทางแห่งความหลุดพ้น  ได้แก่  เห็นชอบ  รู้ชอบ  อยู่ในศีล  5

ศีล  5  ของเชนก็คือ  ไม่เบียดเบียนสัตว์ที่มีชีวิต  ไม่ว่าจะด้วยการกระทำหรือด้วยวาจา  ไม่ลักทรัพย์  ไม่พูดเท็จ  เป็นอยู่บริสุทธิ์ด้วยกาย  วาจา  ใจ  ไม่ปรารถนากล้าเกินกำลังของตนเอง

เห็นนักบวชมีชีวิตเรียบง่ายที่ได้แก้ผ้าปฏิบัติธรรมอยู่ตามหุบเขาลำเนาป่าแล้วก็รู้สึกสุขสงบ  นิติภูมิก็อยากจะเข้าเป็นนักบวชนิกายทิคัมพรอยู่เหมือนกัน  แต่พอนึกขึ้นได้ว่า  นักบวชนิติภูมิจะบินกลับเมืองไทยยังไงหว่า...ก็เลิกที่จะคิดบวช

แค่ขึ้นเครื่องบินก็คงจะเจี๊ยวจ๊าวไปทั้งลำ  โดยเฉพาะน้องๆ  แอร์โฮสเตสนั่นแหละ  ที่จะจ๊าวเจี๊ยวน่าดู

  • นิติภูมิ  นวรัตน์
[12/3/2542]