พบคนไทยในโมซัมบิก

วันศุกร์ที่ ๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๓

นั่งรถปิกอัพออกไปนอกกรุงมาปูโต  สาธารณรัฐโมซัมบิกเห็นสภาพบ้านเมืองและผู้คนแล้ว  ก็นึกถึงหนังผจญภัยในทวีปแอฟริกาเมื่อเราดูตอนยังเป็นเด็กเล็กๆ  ย้อนหลังไปเมื่อ  30  ปีที่แล้ว  ยังด้อยพัฒนาและล้าหลังถึงขนาดนั้น  ยิ่งตอนนี้มาเจอน้ำท่วมขนาดหนักถนนหนทางขาดวิ่น  ผู้คนล้มหายตายจาก  ที่เหลือก็ยากไร้ไม่มีที่อยู่หดหู่ขนาดไหนท่านผู้อ่านนึกดูเอาเองก็แล้วกัน  นิติภูมิอยู่ในไต้หวันเมื่อแผ่นดินไหวในปีที่แล้ว  ถนนหนทางเสียหายพอๆ กัน  ผิดก็แต่ไต้หวันเป็นประเทศเศรษฐี  ส่วนโมซัมบิกเป็นประเทศยาจกยากจน

ผู้อ่านท่านที่ยังนึกไม่ออกว่าไอ้นิติภูมิมันเขียนหนังสืออยู่ตรงไหน  ท่านที่ไม่เคยรู้จักสาธารณรัฐโมซัมบิก  ก็ลองนึกชื่อประเทศที่มีพรมแดนติดกับโมซัมบิกดูซิครับ  ทางเหนือก็สหสาธารณรัฐแทนซาเนีย  ทางตะวันตกติดกับสาธารณรัฐมาลาวี  สาธารณรัฐแซมเบียสาธารณรัฐซิมบับเว  ส่วนทิศใต้ติดกับสาธารณรัฐแอฟริกาใต้แอฟริกาใต้และราชอาณาจักรสวาซิแลนด์  ถ้านั่งเรือข้ามช่องแคบโมซัมบิกไปอีกเพียงนิดเดียว  ก็จะเจอกับเกาะใหญ่ที่ชื่อว่า  สาธารณรัฐมาดากัสการ์  ผมชอบเขียนชื่อเต็มของประเทศต่างๆ บ่อย  ก็เพื่อยากให้เยาวชนไทยของเราชินกับชื่อประเทศแปลกๆ พวกนี้บ้าง  ไม่ใช่รู้จักแต่อเมริกา  ออสเตรเลีย  ญี่ปุ่น  ฯลฯ

กรุงมาปูโตที่ผมเขียนหนังสืออยู่นี้  มีพลเมือง  2  ล้านกว่า  ถ้าว่ากันถึงประชาชนทั้งประเทศก็ 19 ล้าน  เป็นมนุษย์พันธุ์นิกรอยด์ ผิวดำแทบทั้งหมด ประกอบด้วยพวกเผ่าต่างๆ  ดังนั้นสำเนียงพูดของแต่ละเผ่าก็จะไม่เหมือนกัน   ส่วนภาษาราชการใช้โปรตุเกส   เพราะ เคยเป็นเมืองขึ้นของโปรตุเกส  470 ปี  เพิ่งมาได้เอกราชเมื่อ  .. 2518  นี่เอง  ผู้คนโมซัมบิก  19 ล้านคนเนี่ย  นับถือพวกผีสางนางไม้ตามแบบดั้งเดิมซะครึ่งหนึ่ง  ที่เหลือก็เป็นคริสเตียน  30%  และมุสลิม  20%

ตกเครื่องบินเช้ามืดเมื่อวาน  กำหนดการของผมก็จึงเปลี่ยนแปลงนิดหน่อย  เลยต้องบินมาเที่ยวบ่าย   เที่ยวนี้มีเอกอัครราชทูตไทยประจำแอฟริกาใต้  ฯพณฯ  บัณฑิต  โสตถิพลาฤทธิ์  นั่งมาด้วย  ได้โอกาส  นิติภูมิจึงขอตามท่านไปดูคนงานไทยจำนวน  97  คน  ที่มาใช้แรงงานเป็นช่างเชื่อมในชานกรุงมาปูโต  มาทำงานกับบริษัทเจ็นเร็ค  เอ็นจิเนียริ่ง ของแอฟริกาใต้   ซึ่งกว่าบริษัทจะได้คนไทยมาทำ  ต้องไปควานห ซื้อตัวคนงานไทย โดยเสียเงินถึงหัวละ  2  พันเหรียญสหรัฐฯ  หรือ 7.6 หมื่นบาท  บริษัทเจ็นเร็คไม่ยอมใช้ช่างชาติอื่น  เพราะฝีมือสู้ช่างไทยไม่ได้  เพียงระยะเวลา  17 เดือนช่างไทย  97 คน สามารถสร้างเบ้าหลอมอะลูมิเนียมขนาดน้ำหนัก  35  ตัน  ได้ถึง  291  เบ้า ซึ่งเบ้าหลอมที่จะใช้ผลิตแร่อะลูมิเนียมนี้จะมีความผิดพลาด ได้ไม่เกิน  5  มม.ต่อเบ้า  งานละเอียดอ่อนขนาดนี้   ไม่มีชาติไหนทำได้  ยกเว้นชาติไทย

17 เดือนงานสำเร็จเสร็จเรียบร้อยพี่น้องแรงงานเหล่านี้ก็จะกลับ  เมืองไทยในวันที่  2 มี..  ทราบว่าขบวนรถจากโมซัมบิกที่จะส่งคนงานไทยข้ามประเทศไปขึ้นเครื่องที่แอฟริกาใต้ต้องใช้กำลังคุ้มกันแน่นหนา    เพราะแต่ละคนได้รับโบนัสเป็นจำนวนมาก  รวมกันแล้วเป็นเงินมหาศาล   ผมคุยกับคุณเดฟ   จินเจลล์ ผู้จัดการโครงการ  ท่านยกนิ้วบอกว่าชอบคนงานไทยมาก   นอกจากทำงานดีแล้ว   หน่วยราชการไทย  คือเอกอัครราชทูตก็บุกป่าฝ่าดงมาดูแลคนงานด้วยตัวเองบ่อยๆ  ดูแลกันถึงขนาดเอามาม่ามาให้แนะนำให้บริษัทติดจานดาวเทียมเพื่อให้คนงานได้ดูทีวีช่อง  5  จากเมืองไทย  วันนี้ที่ผมได้เห็น  กับตา  ก็คือท่านนำเหรียญฉลอง  72  พรรษาของในหลวงมาแจกคนงาน  บริษัทนี้กำลังจะได้โครงการใหม่  ก็ตั้งใจจะไปกว้านประมูลคนไทยมาร่วมงานกันใหม่อีก

นั่งรถเอื่อยเรื่อยไปในสาธารณรัฐโมซัมบิก  ผมแปลกใจว่าผลหมากรากไม้และสัตว์ที่นี่มีเหมือนที่บ้านเรา  ทั้งๆ ที่เส้นรุ้งเส้นแวงห่างกันตั้งเยอะ  มะพร้าวก็มาก  มะม่วง มะม่วงหิมพานต์  กระถิน  ดอกขี้เหล็ก  แมงดานา  กบ  ฯลฯ  ท่านผู้อ่านนึกดูก็แล้วกันว่าคนงานไทยแฮปปี้ขนาดไหน ที่มีพืชผักผลไม้ทานกันทุกวัน ไม่มีใครแย่งด้วย เพราะคนที่นี่ไม่กินกัน  แม้แต่ข้าวก็กินไม่เป็น อาหารหลักของคนโมซัมบิกก็คือ  เอาข้าวโพดมาตำละเอียดมาผสมกับน้ำร้อนทาน ส่วนมันสำปะหลังพวกใช้กินดิบๆ กัดกันกร้วมๆ

สาวๆผิวดำยั้วเยี้ยเยอะแยะมาแย่งจีบคนงานหนุ่มไทย  แปลกใจที่สาวๆ พวกนี้กินข้าวเป็น  ท่านผู้อ่านคงจะเดาได้นะครับ  ว่าเพราะใครสอนให้กิน?

  • นิติภูม  นวรัตน์
[3/3/2543]