คองเกรส (1)

วันศุกร์ที่ ๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๑

ตอนที่บรรพบุรุษอเมริกันประชุมสุมหัวร่างรัฐธรรมนูญที่เมืองฟิลาเดลเฟีย  พวกเถียงกันหน้าดำคร่ำเครียดว่าจะให้สภาของตัวเป็นแบบไหน  บางคนเสนอแบบสภาเดียว  บ้างบอกเอาระบบ  2  สภาดีกว่า  เพื่อให้คอยควบคุมกันเองแบบอังกฤษ  สุดท้ายพวกที่ได้รับอิทธิพลอังกฤษเป็นฝ่ายชนะ  โดยให้เหตุผลว่า  การมีสองสภาเปิดให้มีบรรยากาศประนีประนอม  ให้มีผู้แทนรัฐรูปแบบต่างๆ...สภาผู้แทนราษฎรมีผู้แทนได้ตามจำนวนพลเมือง...สภาซีเนตมีผู้แทนเท่ากัน  ไม่ว่าจะมาจากรัฐใหญ่หรือรัฐเล็ก

รัฐสภาของสหรัฐฯเรียกว่าสภาคองเกรส  แบ่งออกเป็นอีก  2  สภา  คือ  สภาซีเนตและสภาผู้แทนราษฎร

สภาผู้แทนราษฎร  คือ  House  of  Representatives  เฮาส์  ออฟ  เรพริเซน’  ทะทิฟวส์  ผู้คนเรียกกันสั้นๆ  ว่า  The  House  เดอะ  เฮาส์  บางทีก็เรียกเป็นสภากลาง  มี  ..  435  คน  ใครอยากเป็น  ..  ของรัฐไหนต้องมีที่อยู่ในรัฐนั้น  อายุไม่ต่ำกว่า  25  ปี  ได้สัญชาติอเมริกันมาแล้ว  7  ปี  มีค่าตอบแทนให้เป็นรายปี  ปีละ  133,600  ดอลลาร์  คิดเป็นเดือนก็ตกเกือบเดือนละ  5  แสนบาท

สภาสูง  หรือสภาซีเนต  Senate  ไม่ว่ารัฐใหญ่เล็กก็มีวุฒิสมาชิก  2  คน  อเมริกามี  50  รัฐ  จึงมี  ..  ได้  100  คน  เทอมของสภาซีเนตก็คือ  6  ปี  ผู้สมัครต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า  30  ปี  ได้สัญชาติอเมริกันมาแล้ว  9  ปี  เงินเดือนได้เท่ากันกับ  ..

ทั้ง  ..  หรือ  ..  ได้รับเลือกตั้งโดยประชาชนเหมือนกัน  ต่างกันตรงที่ว่า  คนร่างรัฐธรรมนูญอยากให้  ..  เป็นผู้แทนของปวงชน  ส่วน  ..  เป็นผู้แทนของรัฐ

ก็เพราะอยากให้  ..  ใกล้ชิดกับประชาชนมากนี่แหละ  จึงให้มีการเลือกตั้ง ส.. ทุก 2 ปี คนอเมริกันจึงควบคุม ส..ได้ใกล้ชิดมากกว่า  ..

รัฐหนึ่งมี  ..  ได้กี่คนก็ต้องดูตามพลเมือง  รัฐธรรมนูญเคยกำหนดไว้เลยนะครับว่า...โดยถือเอาประชาชนทุกคนเป็นสำคัญ.....ในสภาคองเกรสก็จึงเพิ่มจาก  65  คน  มา  103  คน  จนเดี๋ยวนี้ปาเข้าไป  435  คนแล้ว  รัฐธรรมนูญกำหนดให้มีการสำรวจสำมะโนประชากรที่เรียกว่า  เซนซัส  ทุก  10  ปี  ทำให้ต้องคิดสูตรจำนวน  ..  อยู่บ่อยๆ  รัฐต่างๆ  ก็พยายามเพิ่ม  ..ของตัวเอง  ปัญหาเยอะ  ตอนหลังก็เลยต้องไปแก้รัฐ-ธรรมนูญให้จำกัดจำนวนอยู่ที่  435  คน  ไม่ว่าประชากรจะเพิ่มอีกเท่าไรก็ตาม

..  มีระยะเวลาอยู่ในตำแหน่งไม่เหมือน  ..  นะครับ  ..  อยู่ในตำแหน่งคราวละ  2  ปี  หมดเทอม  2  ปี  ก็ต้องเลือกตั้งใหม่ทั้งหมด  แต่     ..  อยู่ในตำแหน่งคราวละ 6  ปี  1  ใน  3  ของ  ..  ต้องออกจากตำแหน่งตามระยะเทอมของตัวทุก 3  ปี  ดังนั้น  การเเลือกตั้งแต่ละครั้ง  จะเลือกเพียง  1  ใน  3  เท่านั้น  ไม่ใช่เลือกทั้งหมดอย่าง  ..

ตรงนี้ทำให้บางคนเรียกสภาซีเนตว่า  Continuous  Body  คันทิน’นิวอัส  บอดี้  เป็นองค์กรติดต่อกัน  เพราะ  ..1/3  ยังคงเป็นสมาชิกต่อไปอีก  2  ปี  เลือกตั้งใหม่ก็เพิ่มอีก  1/3  จึงมั่นคงและมีประสิทธิภาพ  ได้รับความเชื่อถือมากกว่าสภาผู้แทนราษฎร

การนับจำนวนครั้งของสภาคองเกรสนั้น  ถือหลักว่าให้นับทุกๆ  2  ปี  สภาคองเกรสที่ประชุมกันใน  ..1789  ที่กรุงวอชิงตัน  เรียกว่า  สภาคองเกรสที่  1  สภาคองเกรสที่เริ่มประชุมพร้อมกับการเข้ารับตำแหน่งของประธานาธิบดีรูสเวลต์ใน   ..1933  เป็นสภาคองเกรสที่  73  ส่วนที่เพิ่งหมดไปหมาดๆ  เป็นคองเกรสที่  105  พวกที่เลือกตั้งได้เมื่อสองวันก่อนก็ต้องเตรียมตัวเป็นสมาชิกสภาคองเกรสที่  106

ภาระแรกของพวก  ..  435  คน  ที่เข้าสภาได้หมาดๆ  ก็คือเข้าประชุมเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร  ประธานสภาเป็นตำแหน่งสำคัญที่สุดในสภา  สมาชิกต้องเคารพเชื่อฟัง  และเป็นกฎเลยว่าต้องเรียกประธานสภาว่า  Mr.Speaker  มิสเตอร์  สพี’เคอะ  (ท่านประธานฯ)  ทุกครั้ง  อันนี้เห็นได้ชัดเลยนะครับว่า  เป็นอิทธิพลของระบบอังกฤษ  เพราะในอังกฤษสมัยก่อน  สมาชิกสภามักจะส่งผู้แทนหรือผู้พูดไปกราบบังคมทูลพระมหากษัตริย์ในนามของสมาชิกสภาทั้งหมด

ประธานสภาผู้แทนราษฎรมักจะเป็น  ..  อาวุโสของพรรคที่มีเสียงข้างมาก  ในทางปฏิบัติจะให้  ..  พรรคข้างมากประชุมเลือกคนที่เหมาะสม  ..พรรคเสียงข้างมากเลือกใคร  คนนั้นก็ได้เป็นประธานโดยอัตโนมัติ

..พรรคเสียงข้างน้อยก็ต้องเสนอชื่อแข่งด้วยตามพิธี  เมื่อประกาศว่าใครได้เป็นประธาน  คนที่แพ้ต้องเชิญผู้ชนะไปยังที่นั่งของประธาน  และกล่าวแนะนำต่อประธานสภาชั่วคราว  ซึ่งเป็น  ..  อายุมากที่สุด

ประธานสภาชั่วคราวเรียกว่า  Father  of  the  House  หรือ  พ่อสภา  ครับ

  • นิติภูมิ  นวรัตน์
[6/11/2541]