๖ ปี ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันสุดท้ายของการเรียนปริญญาเอกของ
ร้อยตำรวจเอก ดร. นิติภูมิ นวรัตน์
 


ศ.ดร. ตุนกิน



ศ.ดร. ดีโอปิก



อาจารย์ที่ปรึกษา



อาคารอธิการบดี
มหาวิทยาลัยมอสโก

เอกสารลับ วผ. ที่ ๐๖๐๘.๐๓/๙๓๗๗ ให้ ร้อยตำรวจโท นิติภูมิ นวรัตน์ ไปศึกษาต่อที่สหภาพโซเวียต เพื่อนำความรู้มาวิจัยหาแนวทางแก้ไขปัญหา พัฒนานโยบาย รวมทั้งแก้ไขปัญหาอาชญากรรม ฯลฯ

เดือนกันยายน ๒๕๓๔ ร้อยตำรวจโท นิติภูมิ นวรัตน์ เดินทางไปสหภาพโซเวียต เพื่อติดต่อเรื่องการเรียน และได้รับการตอบรับให้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยมอสโกได้ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๓๕

ร้อยตำรวจโท นิติภูมิ นวรัตน์ เดินทางถึงกรุงมอสโกเมื่อ ๙ มกราคม ๒๕๓๕ และเข้าเรียนกฎหมายระหว่างประเทศของมหาวิทยาลัยมอสโก โดยมีศาสตราจารย์ ดร.กริกอรี อีวาโนวิซ ตุนกิน เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา ซึ่งขณะนั้นท่านมีอายุ ๘๕ ปีแล้ว เคยเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนของโซเวียตในสหประชาชาติ เคยเป็นที่ปรึกษาของนายนีกีตา เซียร์เกเยวิช ครุชชอฟ อดีตผู้นำสหภาพโซเวียต และนายมิฮาอิล เซียร์เกเยวิช กอร์บาชอฟ อดีตประธานาธิบดีสหภาพโซเวียต และประธานคณะผู้บริหารสูงสุดของรัฐสภาโซเวียตแห่งสหภาพโซเวียต

หลังจากเดินทางถึงสหพันธรัฐรัสเซียได้ ๑๘ วัน ก็มีคำสั่งกระทรวงมหาดไทยที่ ๖๙/๒๕๓๕ ลงวันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๓๕ แต่งตั้งใ้ห้ร้อยตำรวจโท นิติภูมิ นวรัตน์ มียศเป็นว่าที่ร้อยตำรวจเอก เลขที่ตำแหน่ง ๑๘๔๑๘ อัตราเงินเดือน ๕,๐๒๐ บาท โดยแต่งตั้งให้มียศว่าที่ร้อยตำรวจเอกย้อนหลังตั้งแต่ ๑ มกราคม ๒๕๓๕

อาจารย์มหาวิทยาลัยโซเวียตไม่มีการเกษียณ ทำหน้าที่กันจนวาระสุดท้ายของชีวิต หลังจากรับเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของนิสิตหมายเลข ๙๑๐๖ ผู้มีชื่อว่า ร้อยตำรวจเอก นิติภูมิ นวรัตน์ ได้ไม่นาน ศาสตราจารย์ ดร. ตุนกิน ก็ถึงแก่กรรมเมื่อ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๓๖

นิสิตหมายเลข ๙๑๐๖ สอบไม่ผ่านกลุ่มวิชาภาษารัสเซียหลายครั้ง และยังหาอาจารย์ที่ปรึกษาทางกฎหมายระหว่างประเทศใหม่ไม่ได้ จึงเปลี่ยนมาเรียนเป็นภาษาอังกฤษ และหันมาเรียนสาขาวิชาประวัติศาสตร์ที่สถาบันเอเชียและแอฟริกาศึกษาแห่งมหาวิทยาลัยมอสโก โดยมีศาสตราจารย์ ดร.ดี วี ดีโอปิก (Professor Dr. D.V. Deopik) เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา

วันศุกร์ที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๔๐ นิสิตปริญญาเอกสัญชาติไทย หมายเลข ๙๑๐๖ ได้เข้าปกป้องวิทยานิพนธ์ปริญญาเอก เรื่อง The Evolution of Political Views and Policies of Military Governments of Burma, 1962-1997 ที่ห้องประชุมของอาคารสถาบันเอเชียและแอฟริกาศึกษา ตรงข้ามพระราชวังเครมลิน ใกล้จัตุรัสแดง ซึ่งมหาวิทยาลัยมอสโก ตั้งอยู่ในบริเวณนี้ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๒๙๘ (ค.ศ. ๑๗๕๕) หรือเมื่อ ๒๕๓ ปีก่อน

กรรมการสอบปกป้องวิทยานิพนธ์มีมากกว่า ๑๐ ท่าน อาทิ Gevenling L.V., Vidyassova M.F., Baktemirova N.N., Fridman L.A., Lipilina I.N., Gavrilova A.G. ฯลฯ ทุกท่านได้รับวิทยานิพนธ์ล่วงหน้าประมาณ ๑ เดือน เพื่อนำไปศึกษา หลังจากนั้นจะมาฟังนิสิตปกป้องวิทยานิพนธ์ของตน

การปกป้องวิทยานิพนธ์ในวันนั้น มีกรรมการผู้มีชื่อเสียงในสังคมวิชาการของสหพันธรัฐรัสเซียอยู่ ๒ ท่าน ได้แก่ ศาสตราจารย์ ดร.นิโคไล มาเลียติน (Malietin N.P.) ผู้เชี่ยวชาญด้านพม่าจากสถาบันความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หรือ เอ็มกิโม (Moscow State Institute of International Relations: MGIO University) ซึ่งเป็นสถาบันสังกัดกระทรวงการต่างประเทศของสหพันธรัฐรัสเซีย และนายโอเลก เยียโกรูนิน (Yegorunin O.V.) รองอธิบดีกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศสหพันธรัฐรัสเซีย

ร้อยตำรวจเอก นิติภูมิ นวรัตน์ อธิบายงานของตนเป็นเวลาหลายชั่วโมง หลังจากนั้นกรรมการสอบปกป้อง
วิทยานิพนธ์ไล่ถามนิสิตผู้ปกป้องอีกเป็นเวลาประมาณ ๒ ชั่วโมง

หลังจากการประชุมและถกเถียงกัน กรรมการให้ร้อยตำรวจเอก นิติภูมิ นวรัตน์ ตอบคำถามเพิ่มเติม ก่อนที่จะโหวตให้ผ่านหรือไม่
การโหวตทำโดยกาเครื่องหมายลงในแผ่นบัตรลงคะแนน และนำไปหย่อนลงในกล่องไม้สี่เหลี่ยม


บุคคลภายนอกผู้สนใจ
ในวิทยานิพนธ์ของ
 ร้อยตำรวจเอก นิติภูมิ นวรัตน์
ขออนุญาตเข้าฟัง


กรรมการกำลังฟัง ร้อยตำรวจเอก นิติภูมิ นวรัตน์
ปกป้องวิทยานิพนธ์เรื่องพม่า



กว่า ๕ ชั่วโมงที่ร้อยตำรวจเอก นิติภูมิ นวรัตน์
ปกป้องวิทยานิพนธ์อย่างสุดฤทธิ์
   
กรรมการยังข้องใจ
ประเด็นต่างๆ ออกมา
วิจารณ์อย่างละเอียด
ทีละบท

ผลการเปิดกล่องเพื่อนับคะแนนการปกป้องวิทยานิพนธ์ของนิสิตปริญญาเอกชาวไทย หมายเลข ๙๑๐๖ ผู้มีชื่อว่า ร้อยตำรวจเอก นิติภูมิ นวรัตน์ กรรมการให้ผ่านเกือบทั้งหมด ยกเว้นเพียงท่านเดียว ซึ่งท่านให้เหตุผลว่า ท่านไม่พอใจต่อการตอบคำถามที่เกี่ยวข้องกับนางอองซาน ซูจี


กรรมการหย่อนแผ่นบัตรลงคะแนน ลงในกล่องไม้
และประกาศผลว่าสอบผ่านหรือไม่ผ่าน

เมื่อสิ้นสุดการนับคะแนน ก็มีเสียงตะโกน "บราโว! บราโว!" ลั่นห้อง เสียงตบมือให้เกียรติ กรรมการท่านหนึ่งตะโกนว่า "เคยได้ยินว่านิสิตชาวไทยผู้นี้เก่ง แต่ไม่ทราบว่าเก่งยังไง วันนี้ได้มาฟังการปกป้องวิทยานิพนธ์ของเขา จึงรู้ว่าเก่งมาก"

บรรยากาศการปกป้องวิทยานิพนธ์เรื่องพม่าของสถาบันเอเชียแอฟริกาศึกษาแห่งมหาวิทยาลัยมอสโก เปลี่ยนจากสภาพเคร่งเครียด เอาเป็นเอาตาย กลายมาเป็นบรรยากาศแห่งมิตรภาพเกียรติยศสูงสุด

กรรมการ และผู้เข้าร่วมฟังทุกท่านต่างทยอยกันเข้ามาจับมือเพื่อแสดงความยินดีกับดุษฎีบัณฑิตคนใหม่
แห่งมหาวิทยาลัยมอสโก

มิตรสหายที่มาคอยลุ้น นำแชมเปญมาเปิด นำช่อดอกไม้มามอบ และถ่ายภาพร่วมกันในห้องปกป้องฯ มิตรสหายและคณาจารย์บางส่วนนำอาหารและเครื่องดื่มมาวางบนโต๊ะเพื่อจัดงานเลี้ยงฉลองเล็กๆ


กรรมการทยอยแสดงความยินดี

ในยุคของสหภาพโซเวียต ไม่มีการศึกษาระดับปริญญาตรี นิสิตทุกคนใช้เวลาเรียน ๕ ปี สำหรับหลักสูตรมหาบัณฑิต และอีก ๓ ปีสำหรับหลักสูตรดุษฎีบัณฑิต

มหาบัณฑิตและดุษฎีบัณฑิตของโซเวียตไม่มีชุดครุย ไม่มีพิธีรับปริญญา เพราะถือว่าใบปริญญาไม่ใช่สิ่งสำคัญ สาระแห่งการเรียนรู้อยู่ที่ความรู้อันแท้จริง หลังจากระบอบคอมมิวนิสต์หายไปจากสหภาพโซเวียตครบ ๑๕ ปี ทราบว่ามีสถาบันบางแห่งนำพิธีรับปริญญาและชุดครุยตามระบบตะวันตกเข้ามาใช้ แต่สถาบันการศึกษารุ่นเก่าไม่นิยมพิธีรับปริญญาและสวมชุดครุยดังกล่าว


อาจารย์และมิตรสหายถ่ายภาพร่วมกันเป็นที่ระลึก

สถาบันเอเชียและแอฟริกาศึกษาเป็นคณะหนึ่งของมหาวิทยาลัยมอสโก เมื่อ ร้อยตำรวจเอก นิติภูมิ นวรัตน์ สอบผ่านเป็นดุษฎีบัณฑิตแล้ว สถาบันฯ รายงานผลไปยังสภามหาวิทยาลัยเพื่อเสนอต่อไปที่ State Supreme Certifying Committee of Russian Federation

ร้อยตำรวจเอก ดร. นิติภูมิ นวรัตน์ เป็นดุษฎีบัณฑิตสมบูรณ์เมื่อ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๑

สถาบันเอเชียและแอฟริกาศึกษาได้ส่งปริญญาบัตรไปที่กระทรวงการต่างประเทศของสหพันธรัฐรัสเซีย และกระทรวงการต่างประเทศได้ฝากปริญญาบัตรลงในถุงเมลทูตมายังสถานเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำราชอาณาจักรไทย

เมื่อได้รับแจ้งจากทางสถานทูต ร้อยตำรวจเอก ดร. นิติภูมิ นวรัตน์ ก็เดินทางไปรับปริญญาบัตรของตนที่สถานเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำราชอาณาจักรไทย โดยไม่มีพิธีรีตองแต่อย่างใด

ผู้ที่มีส่วนสำคัญในการศึกษาปริญญาเอกของ ร้อยตำรวจเอก ดร. นิติภูมิ นวรัตน์ จนสำเร็จ ได้แก่

๑. พระราชสุมนต์มุนี (อภิพล อภิพโล)
เลขานุการในสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายก และผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศน์วิหาร ท่านกรุณาเดินทางไปกรุงมอสโก เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๘ และให้กำลังใจขณะที่ร้อยตำรวจเอก ดร. นิติภูมิ นวรัตน์ กำลังศึกษาอยู่
ปัจจุบันพระราชสุมนต์มุนี (อภิพล อภิพโล) ได้รับพระราชทานโปรดเกล้าฯ เลื่อนสมณศักดิ์ ที่ พระเทพญาณวิศิษฏ์ (อภิพล อภิพโล) เจ้าอาวาสวัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก เลขที่ ๙๙๙ ถนนพระราม ๙ ซอย ๑๙ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ
ร้อยตำรวจเอก ดร. นิติภูมิ นวรัตน์ เป็นลูกศิษย์พระเทพญาณวิศิษฎ์ (อภิพล อภิพโล) เมื่อครั้งบวชที่วัดบวรนิเวศน์วิหาร ก่อนเดินทางไปศึกษาต่อที่กรุงมอสโก

๒. พระครูเขมากรวิสุทธิ์ (มหาเข้ม จิตธมฺโม)
เจ้าอาวาสวัดป่าคลองกุ้ง ซึ่งอุปการะร้อยตำรวจเอก ดร. นิติิภูมิ นวรัตน์ สมัยเรียนชั้นมัธยม ท่านกรุณาเดินทางไปกรุงมอสโก เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๕ และเทศนาสั่งสอนให้มีความอดทนและอดกลั้น
ปัจจุบันพระครูเขมากรวิสุทธิ์ (มหาเข้ม จิตธมฺโม) ได้รับพระราชทานโปรดเกล้าฯ เลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะ สามัญเปรียญ ฝ่ายวิปัสสนาธุระ ที่ พระภาวนาปัญญาวิสุทธิ์ และเป็นเจ้าคณะอำเภอเมืองจันทบุรี อำเภอแหลมสิงห์ (ธรรมยุต)

๓. นางเชื้อน อยู่พร้อม
มารดาของร้อยตำรวจเอก ดร. นิติภูมิ นวรัตน์ ผู้ซึ่งห่วงใยและให้การสนับสนุนบุตรชาย ขณะกำลังศึกษาอยู่ในกรุงมอสโกทุกรูปแบบ

๔. พันตำรวจเอก ดร. ชาญวุฒิ วัชรพุกก์
ผู้บังคับการกองวิจัยและวางแผน กรมตำรวจ ภายหลังเกษียณอายุราชการด้วยยศพลตำรวจเอกในตำแหน่งรองผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้ซึ่งอนุมัติให้เดินทางไปศึกษาต่อด้วยทุน ก.พ. ประเภท ๒

๕. พันตำรวจเอก ชาติชาย ฉายอรุณ
ผู้บังคับการกองอำนวยการ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ผู้บังคับบัญชาโดยตรง ซึ่งเป็นบุคคลแรกที่แนะนำให้ร้อยตำรวจเอก ดร. นิติภูมิ นวรัตน์ ไปศึกษาปริญญาเอก ณ สหภาพโซเวียต ภายหลังท่านเป็นผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน และเสียชีวิตในวันเกษียณอายุราชการ ด้วยยศ พลตำรวจโท ในตำแหน่งผู้ช่วยอธิบดีกรมตำรวจ

๖. อาจารย์พัชรพี ฐาปโนสถ
อาจารย์คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ผู้ซึ่งเดินทางไปศึกษาในสหภาพโซเวียตเมื่ออายุ ๙ ขวบ และัใช้ชีวิตอยู่ในสหภาพโซเวียต ๑๖ ปี ก่อนเดินทางกลับมาเป็นอาจารย์ในราชอาณาจักรไทย
อาจารย์พัชรพี เป็นผู้แนะนำให้ร้อยตำรวจเอก ดร. นิติภูมิ นวรัตน์ เดินทางไปเรียนในสหภาพโซเวียต

๗. ศาสตราจารย์ มิฮาอิล ซีราฟีโมวิช เมเยอร์ (Professor Michail S. Meyer)
ผู้อำนวยการสถาบันเอเชียและแอฟริกาศึกษาแห่งมหาวิทยาลัยมอสโก และคณาจารย์ของสถาบันผู้ให้กำลังใจในระหว่างศึกษา และอนุญาตให้มีการเรียน การเขียนวิทยานิพนธ์ และการปกป้องวิทยานิพนธ์เป็นภาษาอังกฤษ เมื่อร้อยตำรวจเอก ดร. นิติภูมิ นวรัตน์ สำเร็จการศึกษาผ่านไปแล้วประมาณ ๕ ปี จึงได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการสถาบันเอเชียและแอฟริกาศึกษาแห่งมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ศาสตราจารย์เมเยอร์พาคณาจารย์เดินทางจากกรุงมอสโกมาพักที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เพื่อยินดีต่อความสำเร็จของศิษย์

๘. ศาสตราจารย์ ดร. ดี วี ดีโอปิก (Professor Dr. D.V. Deopik)
หัวหน้าภาควิชาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สถาบันเอเชียและแอฟริกาศึกษา แห่งมหาวิทยาลัยมอสโก ผู้เชี่ยวชาญด้านเวียดนาม ผู้กรุณารับเป็นอาจารย์ที่ปรึกษา

๙. คุณจุไรรัตน์ จันทเลิศ และบุตร
โดยเฉพาะนายคุณนิติ นวรัตน์ บุตรชายผู้เป็นกำลังใจให้อย่างมากมายในระหว่างศึกษา

๑๐. ท่านอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมาก ฯลฯ

 

 

ปริญญาไม่มีความสำคัญเท่ากับความรู้อันแท้จริงของมนุษย์ ผู้คนจำนวนมากในโลกนี้ที่ไม่มีปริญญา แต่มีความรู้ ความสามารถ มีศีลธรรมและจริยธรรม มีความรับผิดชอบต่อครอบครัว ต่อสังคม และต่อประเทศชาติมากกว่าผู้มีปริญญาด้วยซ้ำไป