บทรวย บทจน หลัง AEC สมบูรณ์
โดย ร้อยตำรวจเอก ดร.นิติภูมิ นวรัตน์
ผ.อ. สถาบันเอเชียและแอฟริกาศึกษา
คณะบริหารธุรกิจ ม.อัสสัมชัญ


ผู้อ่านท่านที่เคารพ วันเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนไป นานาสาธารณประเทศก็อุบัติความเปลี่ยนแปลงเสมอ การกระดิกพลิกตัวทางการเมือง มักจะนำทำให้เศรษฐกิจและสังคมกระเพื่อม การเมืองทำให้บางประเทศกระเพื่อมไปในทางมงคลอุดมเจริญ และบางประเทศก็กระดิกพลิกตกลงไปในห้วงเหวลึก

๑๐ ชาติรัฐที่เป็นสมาชิกกลุ่มอาเซียน แบ่งเป็น ๒ พวก พวกแรกเป็นชาติที่เข้าร่วมกลุ่มอาเซียนแต่เดิม มีไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ บรูไน และฟิลิปปินส์ พวกหลังเป็นกลุ่ม CLMV ซึ่งเพิ่งเข้ามาร่วมกับอาเซียนได้ไม่นาน มีกัมพูชา พม่า ลาว และเวียดนาม

หากแบ่งตามความมั่นคงทางการเมืองซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการกระเพื่อมทางเศรษฐกิจและสังคม ก็แบ่งได้ ๒ พวกอีกเหมือนกัน คือพวกที่มีความมั่นคงทางการเมืองสูง รัฐบาลผู้บริหารประเทศมักจะไม่เปลี่ยน หรือแม้ว่าจะเปลี่ยน ก็มักจะเปลี่ยนไปตามระบอบประชาธิปไตย ได้แก่ ลาว เวียดนาม พม่า กัมพูชา สิงคโปร์ อินโดนีเซีย บรูไน และมาเลเซีย

ส่วนอีกประเทศหนึ่งซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองบ่อยมาก เดี๋ยวมีการเลือกตั้ง เดี๋ยวมีปฏิวัติรัฐประหาร เดี๋ยวการเลือกตั้งเป็นโมฆะ เดี๋ยวประท้วงเดี๋ยวเดินขบวน ฯลฯ ประเทศที่ผมกำลังเขียนถึงนี่ก็คือ ราชอาณาจักรไทย

ไม่ว่าจะเป็นประเทศที่มีธรรมชาติการเมืองแบบไหน ภายในวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๘ สิ่งที่จะเข้ามากระทบเศรษฐกิจและสังคมของชาติสมาชิกอาเซียนทั้ง ๑๐ ประเทศก็คือ การที่เขตเศรษฐกิจเสรีอาเซียน หรือ AEC มีผลสมบูรณ์ ในวันนั้น ประชาชนคนในชาติที่เตรียมตัวไว้พร้อมที่สุดจะได้เปรียบ โดยเฉพาะชาติที่มีผู้คนชำนาญการใช้ภาษาอังกฤษอย่างสิงคโปร์ มาเลเซีย หรือแม้แต่ฟิลิปปินส์ เพราะสามารถจะซอกแซกแทรกเข้าไปได้ถึงทรัพยากรธรรมชาติในประเทศสมาชิกอื่นได้ง่ายกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่ม CLMV ซึ่งทรัพยากรธรรมชาติยังค่อนข้างสมบูรณ์

ที่ถูกจ้องมองจากชาติสมาชิกที่มีความมั่นคงสูงมากที่สุดก็คือ พื้นที่ทุกตรอกซอกมุมของกัมพูชา ซึ่งอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทะเลสาบ แม่น้ำ และที่ราบลุ่ม กัมพูชามีพื้นที่ชายฝั่ง พื้นที่ริมหนองคลองบึง และทะเลสาบมากมาย เหมาะสำหรับปลูกพืชพันธุ์ธัญชาติทุกประเภท กัมพูชาเป็นประเทศที่ดินดีมีอินทรีย์ปุ๋ย และน้ำเข้าถึงทุกแห่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งแถวจังหวัดกัณดาล กำปงจาม และพระตะบอง

ผมเชื่อว่า ตั้งแต่ ๑ มกราคม ๒๕๕๘ บริษัทในภูมิภาคอาเซียนจะกระโจนโผนเข้าไปพัฒนาแร่ตามเทือกเขาพนมดงรัก โดยเฉพาะแถวจังหวัดสตึงแตรง อุดรมีชัย และพระตะบอง ซึ่งรวมกันแล้วมีแร่เหล็กสะสมอยู่อีกมากมายหลายล้านตัน

กัมพูชายังน่าสนใจตรงที่มีน้ำมันและก๊าซธรรมชาติมหาศาล ทั้งบนบก และในทะเล

ขอพาท่านมาที่ลาว ซึ่งก็เป็นประเทศที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยไม้ ดีบุก ยิบซั่ม ตะกั่ว หินเกลือ เหล็ก ถ่านหินลิกไนต์ สังกะสี ทองคำ อัญมณี หินอ่อน น้ำมัน และแหล่งผลิตไฟฟ้า หลังจาก ๑ มกราคม ๒๕๕๘ บริษัทในภูมิภาคอาเซียนจะเข้าไปแข่งขันกันลงทุนในอุตสาหกรรมเหมืองแร่ และโครงการอุตสาหกรรมพลังน้ำในลาวมากขึ้น อันนี้จะส่งผลให้เศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของประชาชนคนลาวดีขึ้น มีความมั่งคั่งที่จะนำไปจับจ่ายใช้สอยซื้อหาสินค้าได้มากกว่าในห้วงเวลาปัจจุบัน

เศรษฐกิจของลาวเปลี่ยนแปลงไปมาก จากระบบการปลดปล่อย มาเป็นระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยม และจากระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยมมาเป็นเศรษฐกิจแบบตลาด แต่ที่จะทำให้เศรษฐกิจลาวเปลี่ยนแปลงไปอย่างมโหฬารบานเบอะก็คือ การที่เขตเศรษฐกิจเสรีอาเซียน หรือ AEC จะมีผลอย่างสมบูรณ์ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๕๘ นี้เป็นต้นไป

พม่าล้าหลังทางเศรษฐกิจกว่าประเทศสมาชิกอื่นในกลุ่มอาเซียนก็เพราะ รัฐบาลในอดีตประกาศยุทธศาสตร์การพัฒนาที่เรียกว่า Burmese Way to Socialism หรือแนวทางสู่สังคมนิยมแบบพม่า เป็นเวลามากมายหลายปีที่ธุรกิจของชาวต่างชาติถูกโอนกรรมสิทธิ์เป็นของรัฐ เช่น บริษัทน้ำมันของอังกฤษ นอกจากนั้น นักธุรกิจต่างชาติยังถูกกดดันให้ออกนอกประเทศ ทำให้พม่าสูญหมดหดหายทรัพยากรบุคคลระดับผู้ประกอบวิชาชีพและนักธุรกิจสำคัญไปเป็นจำนวนมาก แถมยังในเวลาต่อมา ธุรกิจนอกภาคเกษตรยังถูกโอนมาเป็นของรัฐทั้งหมด

เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงคณะผู้บริหารประเทศจาก State Law and Order Restoration Council มาเป็น State Peace and Development Council รัฐบาลทหารพม่าก็หันมาสนใจการพัฒนาเศรษฐกิจมากขึ้น

๑ มกราคม ๒๕๕๘ เป็นต้นไป ฟ้าใหม่ทางด้านการพัฒนาเศรษฐกิจของพม่าก็จะอุบัติความใหม่ เช่นเดียวกับประเทศสมาชิกอาเซียนอื่นอีก ๙ ประเทศ โอกาสการเข้าไปดำเนินธุรกิจในประเทศพม่าจึงจะมีมากขึ้นอย่างที่ผู้อ่านท่านที่เคารพเองก็จะนึกไม่ถึง

ประเทศที่สร้างความอัศจรรย์พันลึกให้แก่โลกมากที่สุดนั้นคือ เวียดนาม ตั้งแต่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามปฏิรูปประเทศด้วยนโยบายโด่ย เหมย ตามแนวระบบเศรษฐกิจแบบผสมโดยเน้นการตลาดเป็นหลัก ประชาชนมีเสรีภาพในการแสดงออก และกล้าประกอบธุรกิจกันมากขึ้น นโยบายนี้ทำให้เวียดนามประสบความเร็จในแทบทุกด้านอย่างในปัจจุบัน

ผู้อ่านท่านที่เคารพ ๑ มกราคม ๒๕๕๘ เป็นต้นไป ฉากใหม่ ตัวละครใหม่ทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศอาเซียน ๑๐ ชาติ จะอุบัติขึ้น

ละครเรื่องใหม่จะไม่เหมือนเรื่องเดิม

ตัวแสดงที่เคยเล่นบทรวย ประสบความสำเร็จทางด้านการเศรษฐกิจมาก่อน อาจจะต้องไปแสดงบทจน ประเทศที่เคยเล่นบทคนจน อาจจะได้ไปแสดงบทรวย ทั้งหมดทั้งปวงนี่ อยู่ที่การเตรียมตัวของประชาชนคนในประเทศนั้นๆ ว่ามีมากน้อยแค่ไหน

ผมในฐานะประชาชนคนไทย ขอถือโอกาสนี้ขอบคุณธนาคาร TMB ที่เตรียมคนไทยให้พร้อมต่อการเปิด AEC อย่างสมบูรณ์ในไม่อีกกี่ปีข้างหน้านี้ครับ.